วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2557

คำอธิษฐานที่ครอบคลุมในทุกเรื่องราวของชีวิต ส่งผลข้ามภพชาติได้หากตั้งจิตดีๆ ดังนี้

1.ลูกขออัญเชิญอาราธนาบารมีของ สมเด็จพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระสาวกทุกองค์ พระอริยะสงฆ์เจ้าทุกองค์ พระโพธิสัตว์ทุกองค์ พรหมทุกองค์ เทวดาทุกองค์ พระสยามเทวาธิราชทุกพระองค์ ตลอดจน บารมีแห่ง พระศรีอาริย์ พระแม่กวนอิมโพธิสัตว์ เจ้าแม่ทับทิม  พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ พระอรหันต์จี้กง เซียนทั้งแปด เทพเจ้ากวนอู เทพเจ้าหงอคง  พระอิศวร พระแม่อุมา พระวิษณุ พระแม่ลักษมี   พระนารายณ์ พระแม่สุรสวัสดี  พระพรหม พระพิฆเนศ พระอินทร์ พระยม พระกาฬ พระแม่คงคา พระแม่ธรณี พระแม่โพสพ พระเพลิง พระพาย พระพิรุณ เจ้ากรุงพาลี พระภูมิเจ้าที่ ท้าวธตรส ท้าววิรุฬหก ท้าววิรูปักษ์ ท้าวกุเวร และพญายมราช สมเด็จโต หลวงปู่ทวด หลวงปู่เทพโลกอุดร หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น หลวงปู่สด หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่ขาว หลวงปู่แหวน ครูบาศรีวิชัย เจ้าคุณเอี่ยมวัดหนัง  หลวงพ่อฤาษีลิงดำ  ครูบาเจ้าแก้วฟ้า และพระนิยตโพธิสัตว์ทั้งหลาย ดำ และ ครูบาทั้งหลายสืบ ๆ กันมา มีหลวงพ่อปานวัดบางนมโคเป็นที่สุด

2. รวมทั้งบารมีพ่อแม่ครูบาอาจารย์และ ผู้มีพระคุณทุกท่าน จงมาสถิตอยู่เหนือเศียรเกล้าของลูก และขอน้อมอาราธนา บุญบารมีของลูก ที่เคยสั่งสมไว้ในอดีตชาติในแสนโกฏิ กัปป์ที่ผ่านมา อันมีภพชาติที่เป็นพราหมณ์ และเป็นฤาษีบำเพ็ญตบะเป็นต้น ตลอดจนถึง บารมีในภพชาตินี้ที่ลูกได้เคยกระทำกุศลไว้แด่พระพุทธศาสนา และทำกุศลแก่สังคม และบุพเจตนาอันแน่วแน่ที่จะสร้างกุศลแด่พระพุทธศาสนา ( โดยบุญกุศลในครั้งนี้ (ระบุ ............................. ) ขอพระบารมีอันประเสริฐเหล่านี้ทุกสิ่งทุกประการ จงมาเป็น เดชเป็นศรีเป็นตบะเป็นเดชพลังรวมศูนย์อยู่ในคำอธิษฐานของลูก ขอให้คำอธิษฐานของลูกศักดิ์สิทธิ์มีฤทธิ์จงทุกประการเทอญ และ ขอให้คำอธิษฐานนี้จงแผ่พลังไพศาลกังวาลก้องสะท้านโลกนี้ขึ้นไปสู่สวรรค์ทั้ง 6 ชั้น ชั้นรูปพรหมทั้ง 16 และ ชั้นอรูปพรหมทั้ง 4 และตลอดทั้ง หมื่น หมื่น โลกธาตุ แสนโกฏิจักรวาลภิภพ จบเจ็ดคาบสมุทรตลอดสุดก้นบาดาล และในที่อิสระทั้งปวง ตลอดทั้งชมพูทวีป ปุพพวิเทหทวีป อมรโคยานทวีป และอุตตรกุรุทวีป ไปจนสุดปลายทั้ง 8 ทิศของเอกภพนี้ เพื่อเป็นทิพย์พยาน    ในมหากุศลเจตนาในการสร้างบุญกุศลนี้   (ระบุ......................) ของลูก

3. บุญกุศล ที่ลูกบำเพ็ญไว้ด้วยดีแล้ว มีทานกุศล ศีลกุศล ภาวนากุศล และการอุทิศแผ่ส่วนกุศลนั้นแก่สรรพสัตว์โลกทั้งหลาย ในอดีตชาติก็ดี ในปัจจุบันชาติก็ดี และที่จะบำเพ็ญไปจนกว่าที่จะถึงซึ่งพระนิพพานก็ดี ที่จะให้ผลแก่ลูกเพียงใด ลูกขออุทิศส่วนกุศลนี้ให้แด่ บุรพกษัตราธิราชของชาติไทยในอดีตทุกพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอโศกมหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สมเด็จพระปิยมหาราช สมเด็จพระศรีสุริโยทัย สมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา ย่าโม และบรรพชนไทยทั้งหลายที่ได้กอบกู้ชาติไทยไว้ รวมทั้งแด่คณะธรรมทูตนำโดยพระอริยเจ้าคือพระโสณณะและพระอุตตระ แด่ท้าวจาตุมหาราชทั้งสี่ และเทวดา พรหมทุกองค์ทุกสวรรค์ชั้นฟ้า แด่พญายมราชทุกองค์ นายนิรยบาลทุกตน อมนุษย์ทุกตน และเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายของลูกในภพชาตินี้ก็ดี หรือในอนันตชาติที่ผ่านมา แด่ทวยเทพและดวงวิญญาณทุกดวงวิญญาณที่สถิตย์อยู่ ณ ที่นี้ก็ดี อยู่ที่พักอาศัยลูกก็ดี ที่ทำงานของลูก หรืออยู่ในสถานที่ทั่วไป ที่ระลึกได้ก็ดี ที่ระลึกไม่ได้ก็ดี ขอให้ท่านทั้งหลายเหล่านี้ โปรดตั้ง จิตให้เป็นกุศลและร่วมอนุโมทนาในส่วนบุญที่ลูกอุทิศให้แล้วนี้ขออานุภาพแห่งบุญนี้ จงมีผลมาก มีอานิสงส์มาก บังเกิดแก่ทุกท่านทุกตน ท่านที่มีทุกข์ขอให้พ้นจากทุกข์ ที่มีสุขขอให้สุขยิ่งขึ้นไป นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน เทอญ

4. สิ่งใดที่ลูกได้เคยล่วงเกินท่านทั้งหลายด้วยกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ในอดีตชาติก็ดี ปัจจุบันชาติก็ดี ในอนันตชาติที่ผ่านมาก็ดี ด้วยเจตนาก็ดี หรือไม่เจตนาก็ดี รู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ดี ลูกขอกราบแทบเท้าขอขมา ขอท่านทั้งหลายจงโปรดเมตตายกโทษ อโหสิกรรมให้แก่ลูกด้วยเทอญ สิ่งใดที่ท่านทั้งหลายได้เคยล่วงเกินลูกมาในอดีตชาติก็ดี ปัจจุบันชาติก็ดี ลูกขอยกโทษอโหสิกรรมให้ทั้งหมดทั้งสิ้น

5. ขออานุภาพแห่งบุญนี้ จงมีผลตัดรอนอกุศลกรรมที่มีกับเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายของลูก ที่มีอยู่ทั้งหมดในภพชาตินี้ก็ดี หรือในอนันตชาติที่ผ่านมา โดยฉับพลัน อกุศลกรรมทั้งหลาย ที่มีแก่กันมาแต่อดีตชาติ ขอให้เป็นอโหสิกรรม ด้วยทานบารมี ศีลบารมี ภาวนาบารมี และด้วยอานุภาพของบุญทั้งหลายนี้ ขอเธอทั้งหลายนั้น ที่มีทุกข์จงพ้นจากทุกข์ ที่มีสุขขอให้สุขยิ่งขึ้น และจงละเว้นความเกี่ยวข้อง แก่ลูกและครอบครัวนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปด้วยเถิด

6. ขออานุภาพแห่งบุญนี้ จงมีผลให้ลูกทั้งหลาย จงประสบแต่ความสุขความเจริญในชีวิตทุกๆด้าน ขอให้เจริญทั้งทางโลกและทางธรรม ขอให้ลูกทั้งหลายจงมีชีวิตที่ดีขึ้นแบบพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือสู่ชีวิตที่ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่นี้ ขอให้ปาฏิหาริย์แห่งความดีงามจงบังเกิดขึ้นแด่ลูก เงินทองที่จะได้รับด้วยกุศลวิบากของลูก ที่จะได้ร้อย ขอให้ได้เป็นพัน ที่จะได้พันขอให้ได้หมื่น ที่จะได้หมื่นขอให้ได้แสน ที่จะได้แสนขอให้ได้ล้าน เช่นนี้ไปเรื่อยๆ

7. ขอให้ลูก ที่ทำงานประจำอยู่นี้จงประสบแต่ความโชคดีมีชัยในงานที่ทำปราศจากอุปสรรค ปัญหาใด ๆ ได้พบแต่ลูกค้าที่ดี หัวหน้าที่ดี เพื่อนร่วมงานที่ดี การทำงานราบรื่นได้รับความร่วมมือที่ดีจากทุกฝ่ายทั้งภายในและภายนอกอย่างดีมาก จนงานมีผลสำเร็จเป็นอัศจรรย์เหนือมนุษย์ทั้งปวงทุกเมื่อ ไม่ว่าในยามปกติหรือเศรษฐกิจวิกฤตก็สามารถบรรลุเป้าหมายเกินกว่าที่ตั้งไว้โดยง่าย ขอให้ได้เลื่อนตำแหน่งโดยไวพรั่งพร้อมด้วยเงินทองไหลมามากไม่ขาดสาย และหากลูกจะประกอบธุรกิจส่วนตัวขอให้ประสบกับ โอกาสทางธุรกิจที่ดี มีบริวารที่ดีมีความสำเร็จ ผลกำไรมหาศาลในเวลา อันรวดเร็ว

(*ที่รับราชการอยู่ ขอให้ลูกได้ทำงานอย่างราบรื่น แก้ไขปัญหาได้ลุล่วงเหมือนจับวาง และขอให้ได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งโดยเร็ว เป็นที่นับหน้าถือตาของปวงประชา และเป็นที่รักใคร่เมตตาเอ็นดูของผู้หลักผู้ใหญ่เกื้อกูลลูกให้เจริญก้าวหน้าในหน้าที่ การงานยิ่งๆขึ้น จนได้เป็นเจ้ากระทรวง เจ้ากรม
*ขอให้(ลูกชื่อ..............................ของข้าพเจ้า)ข้าพเจ้าที่เรียนหนังสืออยู่ ขอให้เรียนจนจบ ได้คะแนนสอบที่ดี และแตกฉานในวิชาที่เรียนนั้นโดยง่ายดายเถิด ) **ปรับใช้ตามควรกับตนเอง*

8. ที่เป็นหนี้สินอยู่ ขอให้ได้ปลดหนี้โดยง่ายโดยเร็วพลัน มีคนให้ความช่วยเหลือลูกให้พ้นหนี้ได้ ส่วนที่ประกอบธุรกิจการค้าอยู่แล้ว หรือปรารถนาจะประกอบการค้าในภายภาคหน้า หากเป็นไปด้วยสัมมาอาชีวะ และซื่อสัตย์ สุจริต ลูกขอน้อมอาราธนาทานบารมีแห่งพระสีวลีเถรเจ้าผู้เป็นเลิศในด้านทรัพย์มหาศาลและทานบารมีของพระอนุรุทธเถรเจ้าผู้ไม่เคยรู้จักคำว่า "ไม่มี"     ขอพรและบารมีแห่งท่านมหาเศรษฐีทั้ง 9  ประกอบด้วย  ธนัณชัยเศรษฐี      ยัสสะเศรษฐี      สุมานะเศรษฐี   ชะฏิกัสสะเศรษฐี     อนากะปิณฑิกะเศรษฐี      เมนฑะกัสสะเศรษฐี          โชติกะเศรษฐี      สุมังคะกัสสะเศรษฐี      วิสาขาเศรษฐี  ในสมัยพุทธกาล  อภิมหาเศรษฐีทั้ง 9   ผู้มีมหาสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง จงมาเกื้อกูลให้ลูก ได้เป็นมหาเศรษฐีโดยเร็วทั่วกัน
( *ให้ธุรกิจการค้าของลูกจงมั่งคั่ง เจริญรุ่งเรือง ได้ผลกำไรอย่างมหาศาลมาจากทุกทิศทุกทางโดยไม่คาดฝัน ได้ผู้ร่วมลงทุนที่ดี ลูกน้อง บริวารผู้ร่วมงานที่ซื่อสัตย์ ขยันขันแข็ง ขอให้ลูกได้มีวิสัยทัศน์ทางการค้าที่กว้างไกล ได้คาดการณ์การค้าและลงทุนหรือเก็งกำไรได้อย่างถูกต้องแม่นยำ มีทำเลเป็นมงคล แม้อยู่ที่เดิมแต่ด้วยพลังบุญกุศลนี้ขอให้ที่เดิมกลับกลายเป็นชัยภูมิทำเลทอง เป็นฮวงจุ้ยมหาลาภ ขอให้กิจการค้าของลูกจงขยายเติบโตอย่างรุดหน้าและรวดเร็ว และขอให้ส่งออกไปต่างประเทศมีผลกำไรมหาศาล ขอให้ชีวิตทางธุรกิจการค้า ของลูกที่มีอยุ่แล้วก็ดี หรือที่คิดจะขยายธุรกิจอย่างอื่นก็ดี ขอให้จงมีแต่รวย รวยมากขึ้น รวยมากยิ่งขึ้น มหารวย อภิมหารวย และสุดยอดอภิมหารวยล้นฟ้า ตราบจนสิ้นอายุขัยเถิด)

9. ขออานุภาพแห่งแรงอธิษฐานนี้ดลให้ลูกได้พบแต่กัลยาณมิตรที่ดี ทั้งที่เป็นมนุษย์ก็ดี หรือเป็นเทวดาก็ดีที่มีความจริงใจต่อลูกอย่างแท้จริง ที่มาช่วยเหลือบำบัดทุกข์ของลูก และมาสนับสนุนเกื้อกูลลูก ในยามสุข ทั้งทางโลก ทางธรรมเสมอ ให้ได้พานพบและได้สร้างกุศลผลบุญ แต่กับครูบาอาจารย์ พระสุปฏิปัณโณ อริยสงฆ์ ที่เป็นเนื้อนาบุญแห่งโลก อริยบุคคล บัณฑิต นักปราชญ์ ผู้รู้ และไกลห่างจากบุคคลพาล คนหลงที่เป็นมิจฉาทิฐิ ไกลจากศัตรู หมู่มาร ตลอดทั้งศัตรูผู้คิดร้าย ไม่อาจทำอันตรายใด ๆ ได้เลย

10. อีกทั้งดลให้ยามชะตาลูกต้องเข้าเคราะห์ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ อุบัติภัย ขอให้แคล้วคลาด ที่จะพิการขอให้เพียงฟกช้ำ ที่จะฟกช้ำขอให้เพียงระคายเคือง ยามเจ็บป่วยด้วยโรคใด ๆ ขอให้หายโดยง่ายโดยเร็วพลัน หากเคราะห์ร้ายต่างๆของลูกเป็นดั่งก้อนเกลือที่หล่นลงแก้วน้ำ ขอให้คำอธิษฐานนี้จงไปเปลี่ยนน้ำในแก้วนั้นให้เป็นแม่น้ำใส ให้เกลือนั้นหล่นสู่แม่น้ำแทน และรสแห่งทุกขเวทนาทั้งหลาย ทั้งทางกายและใจที่จะเกิดแก่ลูกให้ให้เหมือนรสเค็มของเกลือในแม่น้ำนี้เถิด

11. ขออานุภาพแห่งแรงอธิษฐานนี้จงเป็นมนต์กำแพงแก้วมหารัตนปราการแห่งมหาปราสาทเวชยันต์ ให้ลูกทั้งหลายได้คลาดแคล้วจากคุณไสย์มนต์ดำทั้งหลาย และห่างไกลจาก เหล่าคนพาล อันธพาล โจรผู้ร้าย และวิญญาณชั่วร้าย อย่าได้พึงมากล้ำกรายทำอันตรายแก่กาย ใจลูกได้เลย ให้สามารถขจัดมารร้าย ทั้งวิบัติบาปศักดิ์สิทธิ์ วิบากกรรมวิบากมาร อุปสรรคต่างๆ นานาในชีวิต ให้มลายหายสูญ บุญศักดิ์สิทธิ์เกื้อกูล ให้มีชีวิตบริบูรณ์ตลอดไป

(*หากลูกปรารถนาจะมีบุตร ขอให้ได้อภิชาติบุตรมาเกิด เป็นผู้มีวาสนามาจากสวรรค์ ชั้นเทวดา หรือชั้นพรหม หรือ มนุษยโลกผู้มีบุญญาธิการ
*หากลูกปรารถนาในรักแท้ ขอให้ได้เจอเนื้อคู่แท้ที่มีความเห็นอกเห็นใจ ซื่อสัตย์ต่อกัน และเกื้อกูลกันให้เจริญยิ่งๆขึ้นทั้งทางโลกและทางธรรม)

12. แม้ลูกจักยังอาภัพอยู่ ยังต้องท่องเที่ยวไปในวัฏสงสาร ขออานิสงส์แห่งมหากุศลนี้จงดลใจให้ลูกได้ใฝ่ในพระธรรม อย่าได้พึงประมาทหลงไปกับกามวัตถุ นันทิราคะและโลกธรรมทั้งหลาย เพื่อให้ได้เข้าถึงทางแห่งนิพพานในภพชาติใดภพหนึ่งในอนาคตกาล       เมื่อละสังขารไปจากภพชาตินี้แล้ว ขอให้ดวงจิตสุดท้ายอันเป็นจุติจิต เมื่อขึ้นสู่มรณาสันนกาลและมรณาสันนวิถี ขอจงน้อมนำ กรรมอารมณ์ก็ดี กรรมนิมิตอารมณ์ก็ดี หรือคตินิมิตอารมณ์ก็ดี ขอจงเป็นไปด้วยนิมิตแห่งมหากุศลผลบุญที่ลูกทั้งหลายได้เคยกระทำไว้เท่านั้น และเลือกเฉพาะในส่วนที่เป็นมหากุศลที่ยิ่งใหญ่ที่ลูกน้อมจิตประทับใจเป็นที่สุด ของจงมาบังเกิดปรากฎในดวงจิตสุดท้ายนี้ของลูกเถิดเพื่อปฎิสนธิจิตที่สืบต่อจะได้เคลื่อนภพสู่ สุขคติภูมิ ขอให้ลูกจงเวียนว่ายตายเกิดแต่ในสุขคติภูมิเถิด อันมี มนุษยภูมิ เทวภูมิ และพรหมภูมิ (เว้นอสัญญสตพรหม) อย่าได้ไปสู่อบายภูมิ หากยังมีเศษกรรมเหลืออยู่ ก็ขออย่าได้ถึงฐานะแห่งความอาภัพต่าง ๆ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน

13. แม้ลูกทั้งหลายนี้ ได้จุติสู่ภพภูมิแห่งสวรรคาลัย ได้อิ่มเอมเกษมศานต์ในรสทิพย์ต่างๆ ทุกทิวาราตรีไม่มีเลือน รัศมีกายจงเปล่งปลั่งเจิดจ้า อุดมด้วยสวรรค์สมบัติ บริวารมากล้น มีเทพบุตร เทพธิดา คอยปรนนิบัติ อยู่ในทิพยสถานอันโอฬารเลิศล้ำ ขออานิสงส์แห่งมหากุศลนี้จงดลใจให้ลูกได้ใฝ่ในพระธรรม อย่าได้พึงประมาทด้วยอิฏฐารมณ์แห่งทิพย์สวรรค์จนลืมสร้างกุศลสืบเนื่องเลย ขอให้ลูกได้มีโอกาสฟังธรรม และปฏิบัติธรรม ณ ศาลาสุธรรมาเพื่อต่อยอดแรงบุญหนุนเนื่องกุศลธรรมเสมอ ๆ สืบไป

14. หากลูกทั้งหลายปฏิสนธิในภูมิแห่งมนุษย์หลังภพชาตินี้ หรือหลังจากหมดบุญจากสวรรค์แล้ว ขอให้ได้เพศบริสุทธิ์ เป็นชาย ให้ได้บรรพชาอุปสมบท มีอายุยืนยาวกว่าอายุขัยของมนุษย์ ในกาลนั้นตามปรารถนา ขอให้ลูกอย่าได้เกิดในยุคสมัยแห่งกลียุค หรือมิคสัญญี หรือดินแดนห่างไกลจากแสงพระธรรม หรือดินแดนแห่งสงคราม หรือดินแดนแห่งภัยพิบัติใด ๆ เลย ขอให้ลูกบังเกิดอยู่ในดินแดนปฏิรูปประเทศที่รุ่งเรืองทาง พระพุทธศาสนา อุดมด้วยดินดำ น้ำชุ่ม อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร ห่างไกลจากถิ่นทุรกันดาร และได้มีโอกาสศึกษาธรรมและมีปัญญาแตกฉาน ได้ปฏิบัติในธรรมจนบรรลุผล หรือได้พบพระศรีอาริย์ และได้บรรลุธรรม หรือได้พบพระอริยสงฆ์ พบและคบหาแต่สัตบุรุษ มีบัณฑิตนักปราชญ์เป็นกัลยาณมิตร ได้เกิดในครอบครัวตระกูลสัมมาทิฏฐิ ประกอบสัมมาอาชีวะ พรั่งพร้อมไปด้วยมหาสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง ในที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อ มีปัญญาแตกฉานทั้งทางโลกและทางธรรม รู้แจ้งแทงตลอดในอริยสัจสี่มีดวงตาเห็นธรรม เมื่อลูกคิดจะทำประกอบกิจการงานอันสุจริต หรืองานเพื่อส่วนรวมเพื่อชาติบ้านเมืองหรือการกุศลสืบพระศาสนา อันใด ขอให้พลันสำเร็จโดยง่ายเป็นอัศจรรย์เหนือมนุษย์ทั้งปวง มีญาติมิตรบริวาร เพื่อนบ้านที่ดี แวดล้อมด้วยความอบอุ่น เกื้อกูลกัน เจริญจิตไมตรีที่ดีต่อกันไม่สร่างซาเลย

15. และขออานิสงส์บุญทั้งหลายนี้ดลให้ลูกได้มีโอกาส ได้สร้างกุศล ได้ทำบุญต่อยอดบำเพ็ญบารมีทั้งสิบทัศลูกที่ได้ทำมาแล้วอย่างต่อเนื่องสืบไปจนกว่าจะได้ล่วงเข้าสู่ทางแห่งโคตรภูญาณ อันเป็นประตูธรรมด่านหน้าแห่งทางพ้นทุกข์อันมีที่สุดปลายแดนคือ การสิ้นอาสวกิเลส ตัณหา อุปาทาน และบรรลุมรรค ผล นิพพาน ฝ่ายสัมมาทิฎฐิแต่ส่วนเดียว อีกทั้งดลให้ลูกมีสติยั้งคิด ไม่กระทำอกุศลกรรมใด ๆ อีกทั้งกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม มีสติทุกขณะจิต ปราศจาก โลภะ โทสะ และโมหะ ไม่โกรธเคืองใครง่าย ๆ งดการนินทาว่าร้ายผู้อื่น อันจะก่อวิบากกรรมและหวนกลับนำไปสู่อบายภูมิหรือการปิดกั้นมรรคผลอีกเลย

16. หากลูกปรารถนาจะเจริญสมถะภาวนา เมตตาภาวนา วิปัสสนาภาวนา หรือหวังได้อภิญญา ขอให้ได้สมดังหวังดังตั้งจิต หากลูกได้บำเพ็ญบารมีเพื่อประสงค์จะเข้าสู่มรรคและผลนิพพาน ขอจงพบและประสบผลสำเร็จในวิธีที่เหมาะสมกับตนเองโดยง่ายโดยเร็วพลันเป็นอัศจรรย์ ปราศจาก อวิชชา นิวรณ์ วิปัสสนูกิเลสทั้งมวลหรืออุปสรรคใด ๆ ขัดขวางกางกั้น ขอให้พญามารทั้งหลายและบริวาร จงอย่าได้ช่องเข้าครอบงำขัดขวางและทำลายการบำเพ็ญบารมีแห่งลูกเลย ขอให้ลูกมีความเจริญ ก้าวหน้าในการภาวนา บรรลุธรรมมากขึ้นตามลำดับขั้น ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน

17. ข้าแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายใน หมื่น หมื่น โลกธาตุแสนโกฏิจักรวาลภิภพ จบเจ็ด คาบสมุทรตลอดสุดก้นบาดาล และในที่อิสระทั้งปวงในไตรภพนี้ และข้าแต่กฎแห่งกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ คำอธิษฐานของลูกนี้ เกิดจากเจตนาอันเป็นมหากุศลในจิตใจของลูก เพื่อการสืบทอด ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญรุ่งเรืองไพบูลย์ สืบต่อไป ดังนั้น จึงขอให้คำอธิษฐานนี้ จงศักดิ์สิทธิ์ เป็นผลสำเร็จ เป็นผลสำเร็จ และจงเป็นผลสำเร็จเป็นไปตามอธิษฐานจิตของลูกทั้งหลาย โดยง่ายและโดยฉับพลันทุกประการ

18. ลูกขออัญเชิญเทวดา พรหม ทั้งหลายข้างต้นทั้งหมดที่ได้เอ่ยนามและที่ไม่ได้เอ่ยนาม ท่านผู้มีตาทิพย์ หูทิพย์ ใจทิพย์ทั้งหลาย ท่านผู้มีวิชชา อภิญญา ปฏิสัมภิทาทั้งหลาย จงมารับเอาส่วนกุศล และเป็นพยานในการสร้างกุศลและอุทิศส่วนกุศล พร้อมทั้งนำข่าวคำอธิษฐานของลูกไปบอกกล่าวแก่สรรพสัตว์ให้รู้ทั่วหน้ากันทุกทุกชั้นภูมิ และช่วยทำคำอธิษฐานนี้ให้เป็นจริงทุกประการด้วยเทอญ ๛ .

คำอธิษฐานนี้มีพลังสูงยิ่ง หากตั้งจิตอธิษฐานหลังการทำบุญกุศล ต่างๆ เช่น หลังการไหว้พระสวดมนตร์ การทำบุญด้านทานบารมี หรือการปฏิบัติธรรมแล้วก็จะดีมากยิ่งๆ ขึ้นไปเป็นทวีคูณ ควรอ่านให้เข้าใจก่อนตั้งจิต

และขอกราบบูชาครูบาอาจารย์ ผู้รู้ ทั้งหลายที่ได้เผยแพร่และให้แนวทางในคำอธิษฐานนี้สืบต่อกันมา สามารถ เลือก ตัดตอน แก้ไขดัดแปลงถ้อยคำ สรรพนาม /อธิษฐานนี้ ให้ตรงกันกับฐานะ กาลและ เทศะ ของแต่ละบุคคลได้เองตามกุศลปรารถนาเทอญ ขออนุโมทนาในกุศลทั้งหลายด้วย สาธุ สาธุ สาธุ    

พญานาค การบูชาพญานาค



คาถาบูชาพญานาค  (ภาษากูโบ๊ต)
จุดธูป 9 ดอก หรือ 7 ดอก พวงมาลัย หรือ ดอกบัวสีแดง และน้ำเปล่า 1 แก้ว      สวดภาวนา 9 จบ หรือ 7 จบ
                  โอม นาคี นาโค พอ ตอลีวี ตา เด บัน ไต เค ลา นา มัก ไต เอ็ม พา ซาน กอ เดี๊ย ฮู มู ซอ ตัน มา เฮ กู ดัม บา โฮ โซ คัม คัม นา ได บันยัง
คาถาบูชาพญานาค 
        ตั้ง นะโมฯ 3 จบ
***นะติตัง พญามะ นาคายะ
อภินัง นาคา สาธุโนภันเต ยะมะ ยะมะ***
คาถาอัญเชิญพญานาค
ตั้งนะโม 3 จบ
นะมามิ ลิละ สาเข ปัตถะ ละปะ ธัมเม สะคะลับตี
สะเยตานาคะ ลาเชนะยะปิสะโตฯ
พระคาถาถวายการสักการะบูชา
เอหิสังคัง ปิโยนาคะ สุปันนานัง มะยัง
     *****ถ้าจะกราบไหว้เป็นองค์ๆก็ได้ครับ******     นะโมฯ 3 จบ
           กายะ วาจะ จิตตัง อะหังวันทา (ชื่อพระนามอย่างเช่น องค์ วาสุกรีนาคราช,อนันตนาคราช,ภุชงค์นาคราช,นาคาธิบดีศรีสุทโธ,) วิสุทธิเทวาปูเชมิ          ถ้าเป็นองค์นางพญานาคี ก็เปลี่ยนเป็น นางพญานาคิณีศรีปทุมมา วิสุทธิเทวีปูเชมิ
อย่างเช่น
พญานาคราชท้าววาสุกรี     นะโม ฯ  3   จบ   แล้วท่อง       กายะ วาจะ จิตตัง อะหังวันทา วาสุกรีนาคราช วิสุทธิเทวาปูเชมิ
หรือ          กายะ วาจะ จิตตัง อะหังวันทา นาคาธิบดีศรีสุทโธ วิสุทธิเทวาปูเชมิ
หรือ           กายะ วาจะ จิตตัง อะหังวันทา นางพญานาคิณีศรีปทุมมา วิสุทธิเทวีปูเชมิ

คาถาบูชาอีกบทหนึ่ง
นาคเทวะ ปรี ตา ภวันติหะ คานติมาปโนติ เวน วิภี สัมศานติ โลก มา สาทยะ โมทเต ศาศติช สมาช
     หรือแบบย่อ ก็                คัด สะ มะ อุ มะ     9 จบ
คาถาบูชา พญานาคทั้งปวง
นะโม 3 จบ
ข้าพเจ้าขอไหว้วอนเทพเจ้านาคาสัมมาทิฐิลงมาอยู่ บนเกล้ากระหม่อม
ข้าพเจ้าขอไหว้วอนเทพเจ้านาคาสัมมาทิฐิลงมาอยู่ในดวงตา
ข้าพเจ้าขอไหว้วอนเทพเจ้านาคาสัมมาทิฐิลงมาอยู่ในหู
ข้าพเจ้าขอไหว้วอนเทพเจ้านาคาสัมมาทิฐิลงมาอยู่ที่ปาก
ข้าพเจ้าขอไหว้วอนเทพเจ้านาคาสัมมาทิฐิลงมาอยู่ที่แขน ที่ขา
ข้าพเจ้าขอไหว้วอนเทพเจ้านาคาสัมมาทิฐิลงมาอยู่ปลายลิ้น
ข้าพเจ้าจะทำการสิ่งใด ขอให้ได้รับผลเหนือความคาดหมาย
พุทธะคุณัง ธัมมะคุณัง สังฆะคุณัง เมตตาคุณัง อรหังเมตตา
พุทธจิตตัง จิตตังมะมะ พุทธานุภาเวนะ
ธัมมะจิตตัง จิตตังมะมะ ธัมมานุภาเวนะ
สังฆะจิตตัง จิตตังมะมะ สังฆานุภาเวนะ
นะโมมามา คนมามีมา นะมามีมา เงินมามีมา คนมากับเงิน เงินมากับคน

(  บทนี้ได้มาจากวัดคุณแม่จันทา นะครับ )

การบูชาพญานาค..ฉบับวัดถ้ำแฝด
สิ่งแรกที่ต้องมี คือ องค์พญานาคจะเป็นรูปแบบใดก็ได้ที่สื่อถึงองค์พญานาค
จากนั้นตั้งอัญเชิญท่านไว้ที่กลางที่อ่างน้ำ ( ใช้อ่างดินแบบที่จัดสวนก็ได้ ) นำ
ลูกแก้ว แบบใสๆ วางในอ่างน้ำตั้งตรงหน้าองค์ท่าน เติมน้ำให้เต็มอ่างโรยดอกมะลิพอประมาณ ใส่
ออกซิเจนทำน้ำพุก็ได้ เพื่อความสวยงามในการบูชาองค์ท่าน จากนั้นตั้งองค์
ท่านไว้หน้าบ้าน โดยมีโต๊ะบูชาวางตรงหน้าอ่างน้ำ ของที่ต้องตั้งบนโตะบูชามี
พานพุ่ม ขั้นเงิน-ขันทองใส่นำจนเต็มถ้าเป็นน้ำเย็นได้ก็ดีเปลี่ยนทุกๆวัน ผลไม้
ขนมหวานสำหรับบูชา เว้นของคาวนะ และน้ำดื่ม 1 แก้วใหญ
บทสวด
ตั้งนะโม 3 จบ
ปิโยเทวมนุสานัง ปิโยพรหม มานมุตตะโม
ปิโยนาคสุปันนาทัง ปินินทริยังนะมามิหัง
เอหิ เอหิ ศรีสัตตนาคราชมหาฤทธา อุปะวะทะยะจะอะสะ
ภะระมะจะ จะภะกะสะ นะมะพะทะ
แบบย่อ
อะงะสะ



องค์พญานาคราช และเครื่องบวงสวง วันถวายพระนาคปรก
ที่วัดถ้ำศรีมงคล (วัดถ้ำเพียงดิน )
อำเภอสังคม  จังหวัดหนองคาย

               สุมะโน สุมะนะจะโล                        อะระวาเฬระปัตตะโก
               จัมเปยโย  มุจะลินโท  จะ                 กัมพะโล  ภุชะคิสสะโร
               สุมนะนาคราช  สุมนจละนาคราช    อรวาฬะนาคราช
(เอฬปัตตกะนาคราช จัมเปยยะนาคราช มุจลินทะนาคราช กัมพละนาคราชผู้เป็นใหญ่)

                   กาละนาโค มะหากาโฬ                  สังขะปาโล  มะโหทะโร
                   มะณิกัณโฐ  มะณิอักขิ                   นันทะนาโคปะนันทะโก
(กาละนาคราช  มหากาฬะนาคราช  สังขปาละนาคราช   มโหทระนาคราช
มณิกัณฐะนาคราช  มณิอักขินาคราช  นันทะนาคราช  อุปนันทะนาคราช)

                   วะรุโณ  ธะตะรัฏโฐ  จะ               กุงคุวิโลปะลาละโก
                   จิตระนาโค   มะหาวีโร                 ฉัพยาปุตโต  จะ วาสุกี
(วรุณะนาคราช  ธตรัฏฐะนาคราช  กุงคุวิละนาคราช  อปลาลกะนาคราช
จิตระนาคราช  มหาวีระนาคราช  ฉัพยาปุตตะนาคราช  วาสุกีนาคราช)

                   กัณหาโคตะโม  ภุชะคินโท            อัคคิธูมะสิโข  ตะถา
                   จูโฬทะโร  อะหัจฉัตโต                 นาคา  เอราปะถาทะโย
(กัณหาโคตรมะนาคราช  นาคผู้เป็นจอมนาค  อัคคิสิขะนาคราช  ธูมะสิขะนาคราช
อหิจฉัตตะนาคราชจูโฬทระนาคราชพญานาคทั้งหลายมีเอระปะถะนาคราชเป็นต้น

                   อาสีวิสา  โฆระวิสา                       เย  สัพเพ  นะยะนาวุธา
                  ชะลัฏฐา วา ถะลัฏฐาวา                 ปัพพะเตยยา  นะทีจะรา
                   กะโรนตุ  โน มะหาโสตถิง            อายุมาโรคิยัง  สะทา
(หมู่นาคราชทั้งปวงเหล่าใด  เป็นนาคราชมีพิษร้ายแรง (คือพิษแล่นไปเร็ว)มีพิษ น่าสะพรึงกลัวมีนัยน์ตาเป็นอาวุธ  ดำรงอยุ่ในน้ำ  ดำรงอยู่บนบก  ดำรงอยู่ที่ภูเขา  หรือว่าเที่ยวไปในน้ำ  ขอนาคราชทั้งปวงเหล่านั้น  จงประทานความสวัสดีอัน ประเสริฐ  ความมีอายุ  และความไม่มีโรค  แก่พวงข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.....
                   มะหันตา  นาคะสา  นาคา            เวสาลา  สะหะ  ตัจฉะกา
                   กัมพะลัสสะตะรา  จาปิ                เมรุปาทะสิตา  พะลา
(เหล่านาคผู้อาศัยอยู่ในสระน้ำชื่อว่า  นาคสะ  อัสสะตะระนาคราช  จำนวนมาก
พร้อมกับบริวารของท้าวตัจฉกะ  และนาคผู้อาศัยอยู่ในนครเวสาลีและกัมพละ
นาคราช  อัสสตระนาคราช  ผู้มีพละกำลังผู้อาศัยอยู่ที่เชิงเขาสุเมรุ)
                           ยามุนา  ธะตะรัฏฐา  จะ                สัพเพ  นาคา  ยะสัสสิโน
                  เอราวะโณ  มะหานาโค                 โน  กะโรนตุ  อะนามะยัง
(นาคผู้อยู่ในแม่น้ำยะมุนา  และนาคชื่อว่าธตรัฏฐะ  และนาคทั้งหลายทั้งปวง  ผู้มบริวารเป็นจำนวนมาก  และท้าวเอราวัณผู้มีชื่อว่ามหานาค  จงประทานความไม่มโรค  แก่พวกข้าพเจ้าด้วยเถิด.)

ปราสาทหินพนมรุ้งสร้างเพื่อเป็นสถานที่แก่พระศิวะ ผู้ย่ิงใหญ่




 ปราสาทพนมรุ้งเป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่บนเขาพนมรุ้ง  ในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์  สร้างขึ้นโดยมีรูปแบบของศิลปะเขมรโบราณ  ที่มีความงดงามมากที่สุดแห่ง หนึ่ง ความงดงามและความยิ่งใหญ่ของปราสาทแห่งนี้ปรากฏให้เห็นได้ในรูปของงานสถาปัตยกรรม การจำหลักลวดลายการเลือกทำเลที่ตั้งบนยอดเขามีแผนผังตามแนวแกนที่มีองค์ประกอบของสิ่งก่อสร้าง ต่าง ๆ เรียงตัวกันเป็นแนวเส้นตรงพุ่งเข้าหาจุดศูนย์กลาง คือ ปราสาทประธาน จากงานก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่นี้  ชวนให้เกิดความสงสัยและอัศจรรย์ใจเป็นอย่างยิ่งว่าคนในสมัยโบราณสร้างปราสาทหลังนี้ขึ้นมาได้อย่างไร
            ปราสาทพนมรุ้ง เป็นที่รู้จักของชาวท้องถิ่นเป็นอย่างดี ดังได้มีนิทานพี้นบ้านเรื่อง "อินทรปรัสถา" กล่าวถึงคู่พระคู่นางซัดเซพเนจรไปจนพบที่พักพิงซึ่งเป็นปราสาทหินอันงดงามรกร้างอยู่ท่ามกลางป่าเขา แต่สำหรับบุคคลภายนอกต่างบ้านต่างเมืองนั้น ปราสาทแห่งนี้รู้จักกันครั้งแรกตามที่มีเอกสารที่มีการกล่าวถึงปราสาทพนมรุ้งเป็นครั้งแรกคือ บันทึก ของนายเอเตียน เอมอนิเยร์ (Etienne Aymonier) ชาวฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2428 ตีพิมพ์เป็นบทความใน พ.ศ. 2445
             ปี พ.ศ. 2449 สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จมาที่ปราสาทพนมรุ้ง คราวเสด็จมณฑลอีสาทและเสด็จอีกครั้งในปี พ.ศ. 2472 กรมศิลปากร ได้ประกาศขึ้นทะเบียนปราสาทพนมรุ้งเป็นโบราณสถานของชาติประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 ตอนที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478
             และปี พ.ศ. 2503-2504 ได้ดำเนินการสำราจปราสาทพนมรุ้งอีกครั้ง ต่อมาใน พ.ศ. 2514 ได้เริ่มดำเนินการบูรณะปราสาทพนมรุ้งด้วยวิธีอนัสติโลซิส (Anastylosis คือ การนำชิ้นส่วนของปราสาทกลับเข้าสู่ตำแหน่างเดิม) เปิดเป็นอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ในวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 โดย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน
            ชื่อของปราสาทพนมรุ้ง เป็นชื่อดั้งเดิมของโบราณสถานแห่งนี้ คำว่า พนมรุ้งปรากฏอยู่ในศิลาจารึก ที่พบที่ปราสาทแห่งนี้จารึกพนมรุ้ง หลักที่ 2 หลักที่ 4 และ K10900 จารึกว่า พนมรุ้งเป็นชื่อเทวสถาน ที่มีขอบเขตกว้างขวาง มีที่ดิน หมู่บ้าน เมือง

ปราสาทแห่งนี้ สร้างขึ้นเพื่อเป็นเทวาลัยที่ประทับของพระศิวะพระองค์ที่ประทับอยู่บนยอดเขาไกรลาส ดังนั้น การที่ ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นบนยอดเขาพนมรุ้ง จึงเป็นการสะท้อนถึงการนับถือศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกายได้เป็นอย่างดีผ
            อาคารสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ของปราสาทพนมรุ้ง ไม่ได้สร้างขึ้นมาพร้อมกันหมดในคราวเดียว ได้มีการสร้างศาสนสถานเพื่อเป็นศูนย์กลางทางความเชื่อการนับถือศาสนาของชุมชน ขึ้นครั้งแรกในราวพุทธศตวรรษที่ 15 ได้แก่ ปราสาทอิฐ 2 หลัง ที่ปัจจุบันอยู่ในสภาพพังทลายเหลือเพียงฐานและกรอบประตู หลังจากนั้นได้มีการก่อสร้างต่อเนื่องกันมาเป็นลำดับ โดยกษัตริย์ของอาณาจักรเขมรโบราณ หรือผู้นำที่ปกครองชุมชน อันมีปราสาทพนมรุ้งเป็นศูนย์กลาง
            ปราสาทพนมรุ้ง คงมีความสำคัญสืบต่อมาจนถึงสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 (พ.ศ. 1511-1544) พระองค์นับถือศาสนาฮินดูไศวนิกาย เช่นเดียวกับพระราชบิดา (พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 ) นอกจากจะมีพระราชโองการให้สร้างจารึกเพื่อสรรเสริญเกียรติคุณของพระราชบิดาแล้วยังทรงถวายที่ดินให้กับเทวสถานใน สมัยนี้เอง เทวสถานบนเขาพนมรุ้ง เป็นศูนย์กลางของชุมชนโดยรอบอย่างแท้จริง ข้อความในจารึกพนมรุ้ง บางหลักแม้จะมีเนื้อความขาดหายแต่ก็ให้ภาพ รวมได้ว่าเทวสถานบนเขาพนมรุ้ง เป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพ คือ ศิวลึงค์ มีอาณาเขตกว้าวขวางมีที่ดิน ซึ่งพระเจ้าแผ่นดิน (พระเจ้าวรมันที่ 5 ) และข้าราชการระดับต่าง ๆ ถวายหรือซื้อถวายให้กับเทวสถานพร้อมกับมีพระราชโองการ ให้ปักหลักเขตที่ดินขึ้นกับเทวสถานพนมรุ้งพร้องกับการสร้างเมือง สร้างอาศรมให้กับโยคี และนักพรตด้วย
ในราวพุทะศตวรรษที่ 17 ได้มีการก่อสร้างปราสาทประธานขึ้น จากการศึกษาศิลาจารึกพนมรุ้ง หลักที่ 7 และหลักที่ 9 กล่าวได้ว่าปราสาทประธานสร้างขึ้นในสมัยเรนทราทิตย


       
            มีการนำสิ่งของไปบูชาแต่องค์พระศิวะเทพ เมื่อมีงานประจำปี  โดยมีการจัดขบวนที่ย่ิงใหญ่พร้อมด้วยสิ่งของบรรณาการแก่พระผู้เป็นเจ้าด้วยการจัดขบวน เบื้องล่างของปราสาท  มีการสรงน้ำในสระน้ำของกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์  ก่อนจะเข้าสู่ปราสาทเพื่อบวรสรวงแก่องค์มหาเทพพระศิวะ ในปราสาทหินพนมรุ้ง

 ชีวประวัติของนเรนทราทิตย์

ทรงได้ดำเนินการสร้างปราสาทหลังใหญ่ขึ้นประดิษฐานรูปเคารพสร้างงานศิลปกรรมปรากฏเป็นงานจำหลักตามส่วนต่าง ๆ เช่น หน้าบัน ทับหลัง ที่ล้วนแต่แสดงให้เห็นว่า มีความประสงค์ที่จะสร้างเทวสถานแห่งนี้เป้นเทวาลัยของพระศิวะ มีศิวลึงค์เป็นองค์ประธาน และยังมีการนับถือเทพองค์อื่น ๆ แต่อยู่ในสถานะเทพชั้นรอง นอกจากนี้ข้อความที่ปรากฏในจารึกยังแสดงให้เห็นว่า นเรนทราทิตย์ ได้สร้างปราสาทแห่งนี้ เพื่อประดิษฐานรูปของตนเอง หลังจากสิ้นพระชนม์           ความเลือมใส ศรัทธาอันแรงกล้าต่อศาสนา ทำให้ท่านทรงออกบรรพชาถือองค์เป็นนักพรตจวบจนวาระสุดท้าย ข้อความที่ปรากฏในจารึกพนมรุ้ง ทำให้สันนิษฐานได้ว่า ท่านคงเป็นนักพรตในลัทธิไศวนิกาย ตามแบบนิกายปศุปตะที่มีการนับถือกันมาแล้วแต่เดิม โอรสของนเรนทราทิตย์ คือ หิรัณยะ เป็นผู้ที่ให้จารึกเรื่องราวเพื่อสรรเสริญเกียรติคุณของพระบิดาได้ให้ช่างหล่อรูปของนเรนทราทิตย์ด้วยทองคำ
          สิ่งก่อสร้างสมัยสุดท้าย คือ บรรณาลัย และพลับพลา ซึ่งมีการก่อสร้างเพิ่มเติมซ่อมแซมขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ. 1724 - 1763 ) มหาราชองค์สุดท้ายแห่งอาณาจักรเขมร พระองค์ทรงนับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน โปรดให้สร้างอโรคยศาล หรือ ศาสนสถานพยาบาล จำนวน 102 แห่ง และที่พักคนเดินทาง จำนวน 121 แห่ง ขึ้นในดินแดนที่อยู่ภายใต้การปกครองของพระองค์ ตามข้อความที่ปรากฏในจารึกปราสาทตาพรหม และจารึกปราสาทพระขรรค์ ตามลำดับ โบราณสถานดังกว่าวนี้ ที่อยู่ใกล้เคียงปราสาทพนมรุ้ง ได้แก่ กุฏิฤาษีเมืองต่ำ และกุฏิฤาษีหนองบัวลาย ซึ่งเป็นศาสนสถานพยาบาล ปราสาทบ้านบุ เป็นที่พักคนเดินทาง

ประวัติศาสตร์แห่งนครวัต แห่งกัมพูช่าเทวสถานเพื่อพระนารายน์ หรือพระวิษณุเทพ

Bhagavan Vishnu.jpg
นครวัด (เขมรអង្គរវត្ត) เป็นศาสนสถานตั้งอยู่ในเมืองพระนคร จังหวัดเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา สร้างในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดยเป็นศาสนสถานประจำพระนครของพระองค์ ตัวเทวสถานได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี จนเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญเพียงแห่งเดียวที่ยังเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบันนับตั้งแต่ก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่เดิมนครวัดเป็นเทวสถานของศาสนาฮินดู ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระวิษณุ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นศาสนาพุทธ นครวัดเป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ตัวเทวสถานถือเป็นที่สุดของสถาปัตยกรรมเขมรสมัยคลาสสิกรุ่งเรือง และได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของประเทศกัมพูชา โดยปรากฏในธงชาติ และเป็นจุดท่องเที่ยวหลักของประเทศ ตลอดจนได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อ เมืองพระนคร
ปราสาทนครวัดได้เริ่มสร้างในกลางพุทธศตวรรษที่ 17 ในรัชสมัยของ พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 เพื่อบูชาแด่พระวิษณุหรือ พระนารายณ์ ในปี พ.ศ. 1720 ชาวจามได้บุกรุกขอม ทำให้พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ต้องย้ายเมืองหลวงไปที่เมืองนครหลวง หรือ เสียมราฐ ในปัจจุบัน หลังจากนั้น พระองค์จึงสร้างเมืองนครธม และ ปราสาทบายน ห่างจากปราสาทนครวัดไปทางเหนือ เพื่อเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ของชาวขอม
ในปี ค.ศ. 1586 (พ.ศ. 2129) ได้มีนักบวชจากโปรตุเกส นามว่า อันโตนิโอ ดา มักดาเลนา เป็นชาวตะวันตกคนแรกที่ได้ไปเยือนปราสาทนครวัด แต่ที่จะถือว่าเป็นการเปิดประตูให้แก่ปราสาทนครวัดสู่สายตาชาวโลกนั้น คือการค้นพบของ อองรี มูโอต์ นักสะสมแมลงและนักสำรวจชาวฝรั่งเศส เมื่อประมาณร้อยกว่าปีที่แล้วมา ที่จริงชาวกัมพูชาไม่เคยละทิ้งนครวัดไปเพราะหลังจากมีการย้ายเมืองหลวงมาอยู่ที่พนมเปญแล้ว ชาวบ้านก็ได้เขาไปตั้งรกรากภายในเขตนครวัดเรื่อยมา ปราสาทนครวัดเป็นสิ่งก่อสร้างในยุคสิ้นสุดของราชอาณาจักรขะแมร์ โดยมีหินทรายเป็นวัสดุก่อสร้างหลัก

ขนาดและการก่อสร้าง

Buddhist monks in front of the Angkor Wat.jpg


ปราสาทนครวัดมีขนาดใหญ่มากถึง 200,000 ตารางเมตร ตัวปราสาทสูง 60 เมตร ยาว 100 เมตร และกว้าง 80 เมตร มีแผนผังที่ถือว่าเป็นวิวัฒนาการขั้นสุดยอดของปราสาทขอม มีปราสาท 5 หลังตั้งอยู่บนฐานสูงตามคติของศูนย์กลางจักรวาล มีกำแพงด้านนอกยาวด้านละ 1.5 กิโลเมตร มีคูน้ำล้อมรอบตามแบบ มหาสมุทรบนสวรรค์ที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ
ใช้หินรวม 600,000 ลูกบาศก์เมตร ใช้แรงงานช้างกว่า 40,000 เชือก และแรงงากเกนคนนับแสนขนหินและชักลากหินมาจากเขาพนมกุเลน ชึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 50 กิโลเมตร มาสร้าง
ปราสาทนครวัด มีเสา 1,800 ต้น หนักต้นละกว่า 10 ตัน ใช้เวลาสร้างร่วม 100 ปี ใช้ช่างแกะสลัก 5,000 คน และใช้เวลาถึง 40 ปี
หอสูง 60 กว่าเมตรศูนย์กลางของกลุ่มปราสาท อันเปรียบเสมือนศูนย์กลางของจักรวาลนั้น มีทางเดินขึ้นที่ชันมาก ราว 50 องศา แต่ก็กลับเป็นจุดสำคัญที่นักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัยจะต้องปีนขึ้นไปและไต่ลงมา ที่จุดบนสุดของหอนี้จะมองเห็นวิวที่สวยสุดของปราสาท