วันอังคารที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2553

ภาพพระศิวะ/พระอิศวร

พระศิวะ/พระอิศวร
พระศิวะพร้อมพระชายาพระปารวตี (ภาพวาดอินเดีย)


รูปหล่อโลหะพระศิวะและพระแม่อุมา (ศิลปะอินเดีย)

พระศิวะรูปปั้นสูงใหญ่


พระศิวะนาฏ

รวมภาพพระแม่อุมา

ภาพพระแม่อุมา มหาเทวี พระแม่ทุรคา พระแม่กาลี

ภาพพระแม่อุมาทุรคา

พระแม่อุมากาลี


พระแม่อุมากาลีอีกรูปแบบ


พระศิวะและพระแม่อุมาปารวตี


พระแม่อุมากาลีพร้อมกับยันต์


พระแม่กาลีออกศึกสู้กับมาร (ภาพอินเดีย)



ภาพพระแม่อุมากาลี (ดูท่านน่ากลัวเพื่อข่มมาร)



รูปสลักแม่อุมาปางทุรคา


พระแม่อุมาทุรคารูปปั้นโลหะ

พระแม่อุมาทุรคา(ภาพวาดอินเดีย)


พระแม่อุมาและพระสวามีพระศิวะ


พระแม่อุมาและสวามีพระศิวะ(ภาพวาดอินเดียสวย ๆ)

โอม พระตรีมูรติ

ตรีมูรติหรือผู้เป็นเจ้าทั้งสาม ที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งนิรันดร์นั้น เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของศาสนาฮินดู ซึ่งจะมีตัวอักษร 3 ตัว อันศักดิ์สิทธิ์ที่ เรียกเรียกกันว่า "โอม"


อักษรศักดิ์สิทธิ์ "โอม" นั้นประกอบด้วยอักษร 3 ตัวคือ



อะ

หมายถึง พระวิษณุหรือพระนารายณ์

อุ

หมายถึง พระอิศวรหรือพระนารายณ์

มะ

หมายถึง พระพรหม



พยางค์ศักดิ์สิทธิ์คำว่า "โอม" นี้ มักจะเขียนเป็นอักษรเทวนาครี ซึ่งได้บ่งบอกถึงตรีมูรติหรือ 3 มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในศาสนาฮินดู

วันพุธที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2553

ล็อกเก็ตเล็กพระศิวะ พระอิศวร

พระศิวะประทานพรพร้อมบริวาร

พระศิวะประทานพร  รหัส Lsv01  เพื่อความเป็นสิริมงคล ขอพรพระศิวะในสิ่งที่ดี จะได้สำเร็จสมปรารถนา
พระศิวะประทานพร
พระศิวะประทานพร  รหัส LSV02  เพื่อความเจริญและประสบความสำเร็จทุกประการ



สนใจเช่าบูชา
ชำระเงินในนาม นส. ณัฐวรรณ ธนฉัตรพิพัฒน์


ธนาคารกสิกรไทย บ/ช ออมทรัพย์ สาขาถนนเพชรเกษมนครชัยศรี เลขที่ 461 – 2 - 25993-9



เมื่อชำระผ่านธนาคารหรือผ่านตู้เอทีเอ็มแล้ว กรุณาเก็บใบหลักฐานการชำระเงินไว้เพื่อยืนยันการชำระ เมื่อได้ตรวจสอบการชำระเงินแล้ว จะทำการจัดส่งทางไปรษณีย์ ด้วยการลงทะเบียนเพื่อป้องกันการสูญหายและเสียเวลา และโปรดให้ที่อยู่ผู้รับที่มีคนรับอยู่เพื่อความสะดวกในการรับของท่าน หรือสอบถามรายละเอียด

ติดต่อ

1. โดยทางโทรศัพท์  094-7944-268  (Ais) 084-661-6988 (Dtac) ฝากข้อความหรือโทรแจ้งแล้วแต่ความสะดวกของท่าน

2. ทางโทรสาร Fax : 034 – 479-700

3. ทางเมล์ Monthatip.v@hotmail.com

ต้องการดูรายละเอียดรายการอื่น ๆ  ได้ที่  พรนเรศวร์ Pornnarate

ความหมายของการบูชาศิวลึงค์

เครื่องบวงสรวงที่จะใช้ในพิธีกรรมนี้ก็ประกอบด้วยน้ำนมสดและพวงมาลัยดอกไม้สดเป็นพิเศษ นอกจากนั้นก็ยังมีเครื่องประกอบพิธีดังนี้

- ดอกไม้เหลือง
- ดอกไม้แดง
- ข้าวตอก
- ใบมะตูม
- หญ้าคา
- มูลโค
- มะพร้าวอ่อน
- เมล็ดธัญพืชต่าง ๆเช่น ข้าวโพดแห้ง เมล็ดข้าวแห้ง
- ธูปหอมและเทียนหอม

ในเทศกาลนี้จะมีการตั้งรูปศิวลึงค์อยู่ ณ เทวสถานกลางเมือง เมื่อมีการเฉลิมฉลองและถวายเครื่องบวงสรวงบูชาเรียบร้อยแล้ว จะมีการสวดมนต์สรรเสริญบูชาพระศิวะและศิวลึงค์ด้วย การจัดเทศกาลเพื่อสักการะบูชาศิวลึงค์ด้วยความเคารพ เลื่อมใสศรัทธาอย่างสูงนี้ บรรดาชาวบ้าน ชาวเมือง นิยมกระทำพิธีเพื่อขอพรให้เกิดความสุขและความสำเร็จในชีวิต โดยเฉพาะความอุดมสมบูรณ์ในการกระทำพืชไร่ ซึ่งสังคมของชาวอินเดียตอนใต้นั้นนิยมทำอาชีพเกษตรกรรมกันเป็นส่วนใหญ่มีการปลูกพืชไร่กันทั่วไป ดังนั้นการขอให้เกิดความอุดมสมบูรณ์แก่การเพาะปลูกที่กระทำอยู่นั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

        การประกอบพิธีเพื่อบูชาศิวลึงค์ นอกจากที่ในอินเดียตอนใต้นี้แล้ว ทุกหนทุกแห่งทั่วไผก็จะมีลักษณะการบูชาที่คล้ายคลึงกันในส่วนของการเทน้ำนมสดราดลงไปในศิวลึงค์      โดยความบริสุทธิ์ของน้ำนมนั้นเปรียบเสมือนการให้กำเนิดผลผลิตอันอุดมสมบูรณ์นั่นเอง   แต่ก็มีบางแห่งที่นอกจากจะใช้นมสดราดรดบนศิวลึงค์แล้ว ยังนิยมใช้ฝุ่นสีแดงมาแต้มทาที่ยอดปลายของศิวลึงค์ เพื่อแทนความหมายของการกำเนิดใหม่แห่งชีวิตใหม่นั่นเอง

        ในการสักการะบูชาศิวลึงค์นั้น ยังมีความเชื่ออีกว่าหากบวงสรวงสังเวยด้วยศิวลึงค์ชนิดใดก็จะได้รับพรที่องค์พระศิวะมหาเทพจะประทานให้แตกต่างกันออกไป ดังเช่น
        หากนำมูลโคมาสร้างสรรค์ปั้นแต่งเป็นศิวลึงค์ แล้วทำการบวงสรวงบูชาเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอก็จะทำให้บุคคลผู้นั้นมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงตลอดชีวิต มีอายุยืนไม่เป็นโรคภัยไข้เจ็บใด ๆเลย

        หากนำเอาดินจากบริเวณริมแม่น้ำมาสร้างสรรค์บรรจงปั้นแต่งเป็นศิวลึงค์ แล้วทำการบวงสรวงบูชาเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอก็จะทำให้บุคคลผู้นั้นมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงตลอดชีวิต มีอายุยืนไม่เป็นโรคภัยไข้เจ็บใดๆเลย

       หากนำเอาดินจากบริเวณริมแม่น้ำมาสร้างสรรค์บรรจงปั้นเป็นศิวลึงค์แล้วบวงสรวงบูชาด้วยความเคารพเสมอไป ก็จะทำให้บุคคลผู้นั้นเกิดความร่ำรวยมั่งคั่ง มีทรัพย์สินเป็นที่ดินมหาศาลเลยทีเดียว

        หากนำเอาเมล็ดข้าวทั้งดิบและสุก มาสร้างสรรค์บรรจงประดิษฐ์เป็นศิวลึงค์แล้วทำการสักการะบูชา จะทำให้บุคคลนั้นหรือครอบครัวนั้น มีความสมบูรณ์พูลสุข มีข้าวปลาอาหารกินโดยบริบูรณ์ หรือทำกิจกรรมการค้าเกี่ยวกับอาหาร ก็จะมั่งคั่ง ร่ำรวยและรุ่งเรือง
       หากนำเอาทองคำบริสุทธิ์มาสร้างสรรค์ ปั้นประดิษฐ์เป็นศิวลึงค์ แล้วทำการบวงสรวงบูชาเสมอไป ก็จะทำให้บุคคลนั้นมีความมั่นคง ร่ำรวยในระดับเศรษฐีตลอดชีวิต

       หากนำไม้จันทร์มาสร้างเป็นศิวลึงค์แล้วบูชา ก็จะทำให้ผู้นั้นมีความสุขสันต์หรรษามิสร่างคลาย

       หากนำเมล็ดรุทรรากษ์สร้างเป็นศิวลึงค์แล้วบูชาก็จะทำให้ผุ้นั้นมีความรอบรู้ศิลปวิทยาการทั้งปวง

ในคัมภีร์อินเดียโบราณนั้น กล่าวไว้ว่าศิวลึงค์นั้นมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับวัสดุที่สร้าง

ลึงค์แบ่งตามหลักของนักปราชญ์อินเดีย

พระศิวะ พระอิศวร

คาถาอัญเชิญพระศิวะ



โอม นะมัสศิวายะ

จะ นะมัสศิวารายะ

จำเปนะ เคารา นะสีธะ กายายะ

ตันตะ ปูระณะ กาวะนะสิ จะ กายอ

นะมัสศิวารายะ ยะยอ กัตตุกะรี

คิกากัง คะมะติ จัตติตา ยอเนสิ

สะกุลธะรา ยายะ นะมัสศิวาระยะ

อาระคัม สัมปุญญะยัม สีวิรุธ

ตะรัยยะเก มะเหยเต



โอม นะโม อิศศะราเม

ศิวะเทวัญ จะ ภะวันตุเม

ทุติยัมปิ นะโม อิศศะราเม

ศิวะเทวัญ จะ ภะวันตุเม

ตะติยัมปิ นะโม อิศศะราเม

ศิวะเทวัญ จะ ภะวันตุเม *



โอม นะมัส สิวายะ

จำเป นะเคารา นะสีระกายายะ

กัตตะปูระณะ กาวะนะสี จะกายอ

นะมัสสิ วายะยายะ จะนะมัสสิ วายะยอ

กัตุกรี คิกากัง คะมะติวัตติตายายะ

มะมิกุณธะลายอ นะมัสสิวายายะ จะนะมัสสิวายา

อะระคัม สัมปุญญัม สีวิรุส

ตะไรยยะเก กาเม จะมะเหยะเต

หรือ  "โอม นะมะ ศิวะ   โอม  นะมะ  ศิวะ   โอม  นะมะ  ศิวะ"  

ประวัติพระแม่อุมา พระแม่ทุรคา พระแม่กาลี พระแม่ปาราวตี

พระแม่อุมา (ปารพตี หรือ กาลีทุรคา)



       พระนามที่ปรากฏในคัมภีร์ต่าง ๆ อาทิ พระนางเหมวดี พระนางสยามา พระจัณฑิกา พระไภรพี พระชคินมาตา พระแม่อุมายังมีอีกหลายภาคด้วยกัน เช่นภาคหนึ่งซึ่งเป็นภาคที่พระแม่อุมา ไม่ได้มีความสวยงามหมดจดงดงามดั่งภาคอื่น ๆ แต่ในภาคของพระแม่กาลี นี้พระนางเป็นเทวีที่มีผิวพรรณดำสนิท มีวรกายอ้วนใหญ่ปล่อยผม สยายยาว ประบ่ามิได้รวบขึ้นรัดเกล้าไว้ พระแม่กาลี มี ๑๐ แขน มีอาวุธร้ายถืออยู่ในทั้ง ๑๐ มือนั้น และที่ริมฝีปากยังมีเลือดไหลหยดเป็นทางยาว และประดับเครื่องแต่งองค์อาภรณ์ไปด้วยสังวาลสายที่ร้อยไว้ด้วยมือ คนที่ตัดมาจากการฆ่าอีกทั้งยังมีงูตัวใหญ่ร้อยคาดองค์ดั่งสังวาลเช่นกัน มือหนึ่งใน ๑๐ มือของเจ้าแม่กาลีนี้ได้ถือหัวกระโหลกบ้าง บางแห่งก็ว่าไว้ว่าถือหัวยักษ์ซึ่งตัดใหม่มีเลือดหยดเป็นรอยไหลเป็นทาง พระแม่กาลีในภาคนี้มีความดุร้ายเหี้ยมโหดเป็นยิ่งนัก พระแม่โปรดที่จะเสวยเลือดและเห็นคนถูกฆ่าตายเพื่อบูชายัญอันเป็นการสักการบูชา พระแม่นั่นเอง
     เล่ากันว่าพระแม่อุมานั้นแต่เดิมเกิดขึ้นจากการที่พระศิวะใช้พระหัตถ์ข้างขวาลูบเบาๆ ที่กลางพระอุระดังนั้นพระแม่อุมาจึงจุติขึ้นจากกลางทรวงอกของพระศิวะ นั่นเอง
      แต่ในบางคัมภีร์ได้เล่าไว้ว่าพระอุมากำเนิดเป็นธิดาของพระทักษะประชาบดีพระอุมาในภาคนั้นมีพระนามว่า พระสตี เป็นชายาของมุนีภพคือพระศิวะ อีกภาคหนึ่ง ในครั้งนี้นั่นเองที่พระทักษะประชาบดีพระบิดาของพระสตีหรือพระแม่อุมานั้นก็ได้จัดให้มีพิธียัญกรรม และได้เชิญสวามีของธิดาของพระองค์ซึ่งมีอยู่ หลาย ๑๐ พระธิดานั้นเชิญมาร่วมในงานพิธีนี้ทั้งสิ้น แต่พระมุนีภพหรือพระศิวะในภาคนั้นซึ่งได้เป็นลูกเขยองค์หนึ่งของพระทักษะประชาบดีมิได้รับเชิญ ให้มาร่วมงาน ด้วย พระสตีผู้เป็นธิดาองค์หนึ่งจึงรู้สึกน้อยใจในพระบิดายิ่งนักจึงได้ตัดพ้อต่อว่าไม่เป็นธรรม มีความลำเอียงจึงไม่เชิญพระศิวะ หรือมุนีภพ ผู้เป็นสวามีของ นางมาร่วมในพิธีครั้งนี้เมื่อธิดาต่อว่าแทนสามีตนเช่นนั้น พระทักษะประชาบดีจึงได้โกรธ และได้ดูถูกดูแคลนพระศิวะว่ามีข้อบกพร่องอย่างไรบ้าง พระองค์จึง ไม่ได้เชิญมาร่วมงานพิธียัญกรรมเช่นลูกเขยคนอื่น ๆ เมื่อได้ฟังพระบิดาสบประมาทพระสวามีเช่นนั้นพระสตีจึงเสียพระทัยเป็นยิ่งนัก ถึงกับทำลายพระชนม์ชีพตนเองจนสิ้นพระชนม์
      ต่อมาพระสตีได้ไปกำเนิด เป็นธิดาของพระหิมวัต และนางเมนกาซึ่งก็เป็นความมุ่งหมายของเหล่าเทพที่มีความเห็นใจ และให้พระสตีไปกำเนิดประสูติเป็นพระธิดาของกษัตริย์แห่ง แคว้นอันใหญ่โตแห่งนั้นในภาคนี้ได้มากำเนิดนี้ว่า พระอุมา ฝ่ายพระศิวะหรือมุนีภพในภาคนั้นก็ได้มีความเสียพระทัยเป็นยิ่งนักที่พระสตีชายาของพระองค์สิ้นชีวิตไปด้วย เพราะต้องการปกป้อง และรักษาศักดิ์ศรีของ พระองค์ผู้เป็นสวามีของนาง ดังนั้นพระศิวะจึงได้ออกไปบำเพ็ญพรตอยู่ที่เทือกเขาหิมาลัย