วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2557

เรื่องของพระพิฆเนศ พระคเณศวรบุตรแห่งพระแม่อุมาปราวตีและพระศิวะ พระอิศวร

Ganesha_6
ฤทธิ์แห่งปัญญาพระคเณศวร

มีตำนานที่กล่าวถึงความมีสติปัญญาและไหวพริบของพระคเณศไว้หลายตอน อย่างเช่นกรณี ที่ท่านเป็นผู้ลิขิตมหากาพย์ภารตะ

ครั้งหนึ่ง มหาฤาษีวยาสะมีความต้องการที่จะเขียนมหากาพย์ภารตะ แต่เกรงว่าตนจะทำเองไม่สำเร็จ จึงไหว้วานให้ผู้อื่นช่วย แค่ไม่มีใครกล้าอาสาที่จะรับผลงานชิ้นนี้ ฤาษีนารอดเห็นว่าพระคเณศองค์เดียวเท่านั้นที่จะเขียนมหากาพย์ชิ้นนี้ได้ ในที่สุดฤาษีวยาสะจึงต้องทูลขอความช่วยเหลือจากพระคเณศ

พระคเณศบอกว่า จะเขียนตามที่ฤาษีบอก แต่ทันทีที่ฤาษีหยุดบอกจะหยุดเขียนทันที ฝ่ายฤาษีบอกว่า สิ่งที่พูดออกไปจากปากของเราต้องตีความให้ถ่องแท้ก่อนที่จะลงมือเขียน ฉะนั้นเมื่อฤาษีต้องใช้การคิดสำหรับโศลกต่อไปก็จะบอกศัพท์ยาก ๆเพื่อให้พระคเณศตีความเสียก่อนเพื่อเป็นการประวิงเวลา

พระคเณศจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นยอดอัจฉริยะในฐานะที่เป็นผู้ลิขิต มหาภารตะ ซึ่งถือว่าเป็นคัมภีร์มหากาพย์สุดยอดของฮินดู

อย่างไรก็ตาม เรื่องมหากาพย์ภารตยุทธ์นี้ แน่นอน คงไม่มีใครเชื่อว่ามาจากฝีมือพระคเณศแน่ แต่นั่นเป็นภูมิปัญญาของปราชญ์โบราณที่ต้องการจะบอกกับคนในยุคสมัยต่อไปว่า การบูชาครูเพื่อขอดวงปัญญาในการทำงานให้ลุล่วงนั้น เป็นสิ่งสำคัญในลำดับแรก โดยเฉพาะการรจนางานในเชิงพระคัมภีร์ เหมือนเช่นพระมหาธีรราชเจ้า มักจะประพันธ์อักขระเพื่อถวายบูชาต่อพระคเณศก่อนที่จะเริ่มงานประพันธ์ทุกครั้ง


มีอยู่หลายกรณี หลายเหตุการณ์ที่ท่านทรงแสดงความเป็นเทพแห่งปัญญาที่แท้จริง แต่กรณีที่เด่นๆก็อย่างเช่น กรณีเดินทางรอบโลกเพื่อผลมะม่วง

ในคราวหนึ่ง พระนางอุมาได้นำเอาผลมะม่วงมาถวายกับพระศิวะผลหนึ่ง ปรากฏว่าลูกทั้งสองคนคือ พิฆเนศวรและขันธกุมาร ต่างก็อยากจะเสวยมะม่วงผลนี้ด้วยกันทั้งคู่ ด้วยเหตุนี้พระศิวะจึงอยากรู้ว่า ลูกทั้งสองคนนี้ใครจะเก่งกว่ากัน

โดยตั้งโจทย์ว่า ใครก็ตามหากเดินทางรอบโลกถึงเจ็ดรอบและกลับสู่วิมานปาวตา(วิมานของพระศิวะและพระนางอุมา) ก่อนผู้นั้นจะได้ผลมะม่วงลูกนี้

ว่าแล้วฝ่ายขันธกุมารก็ไม่รอช้า รีบขี่นกยูงตระเวนท่องโลกทันที ฝ่ายพิฆเนศแทนที่จะเอาอย่าง กลับเดินประทักษิณรอบบิดาเจ็ดรอบ และกล่าวว่า

"ข้าแต่พระบิดา พระองค์คือจักรวาล และจักรวาลคือพระองค์ พระองค์ผู้สร้างโลก และทรงเป็นบิดาแห่งข้าพระองค์ ข้าพระองค์ทำประทักษิณพระบิดาเจ็ดรอบ ถือว่าได้กุศลเท่ากับเดินทางรอบโลกเจ็ดรอบ"
มหาเทวะศิวะเทพยินดีในคำตอบและชื่นชมในสติปัญญาจึงมอบผลมะม่วงให้กับพระพิฆเนศวรทันที


 วิธีการพิชิตศัตรู

พระพิฆเนศนั้นเป็นเทพที่มีลักษณะโดดเด่นกว่าเทพพระองค์อื่น นอกเหนือจากเรื่องมีพระเศียรเป็นช้างแล้ว นั่นคือ การนิยมการนำศัตรูเอามาเป็นพวก พระคเณศนั้นไม่นิยมที่จะล้างผลาญศัตรูให้ตายไปเหมือนเทพพระองค์อื่น แต่มักจะใช้ปัญญาที่มีอยู่เป็นทุนเดิมในการดำเนินกุศลโลบาย เพื่อให้ศัตรูมีโอกาสกลับใจมาเป็นคนดี หรือเรียกง่าย ๆก็คือ เมื่อยอมสวามิภักดิ์แล้วก็จะให้เป็นเทพบริวารไล่เรียงกันไป

บรรดาเหล่ารายชื่ออสูรที่ยอมสวามิภักดิ์ต่อพระคเณศประกอบด้วย

มัตสระ (ที่มาของคเณศปางวักระตุณฑะ)
มะทะ เกิดจากฤาษีโจวะนะสร้างขึ้น (ที่มาของปางเอกทันตะ)

ยานาริลูกของอสูรทุระพุทธ (ที่มาของปาง ปุระณานันมโหกระซึ่งอวตารมาเป็นลูกพระลักษมี)

โลภาสูร กำเนิดจากความโลภของท้าวกุเบธ(ที่มาของปางคชนันท์)

โกรธาสูร เกิดจากความลุ่มหลงของพระศิวะที่เห็นพระวิษณุแปลงรูปเป็นสาววัย 16 (ที่มาของปางลัมโพทระ)

กามาสูร เกิดจากความลุ่มหลงของวิษณุเทพต่อชายาอีกพระองค์หนึ่ง ชื่อ พระแม่วฤนทา (ที่มาของปางวิกฎะ)

มมตาสูร เกิดจากเสียงหัวเราะของพระนางอุมา (ที่มาของวิฆนราช)

อหัมอสูร เกิดจากเสียงจามของสุริยเทพ (ที่มาของปางธูมรวรรณ)

การอภิเษกสมรส

อันที่จริงเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่เสริมแต่งให้ความเป็นพระพิฆเณศวรมีความสมบูรณ์ขึ้นเท่านั้นเอง เพราะพระชายาทั้งสองพระองค์ซึ่งเป็นธิดาของประชาบดีอิศวรรูปนั้นแทบจะไม่บทบาทอะไรเลยนอกจากคอยอยู่ปรนนิบัติพัดวี นวดแขน เกาขาไปตามเรื่อง พระชายาทั้งสองมีโอรสกับพระคเณศด้วย นางพุทธิให้กำเนิดลาภะ ส่วนนางสิทธิให้กำเนิด เกษม ซึ่งคุณสมบัติทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นพุทธิ สิทธิ ลาภะ เกษม แต่ตำนานที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคือ พระคเณศเป็นเทพที่ถือพรหมจรรย์

เรื่องการอภิเษกนั้น เรื่องราวดำเนินละม้ายคล้ายกับการชิงผลมะม่วง เพราะเมื่อถึงวัยที่โอรสทั้งสองพระองค์ของศิวะเทพและนางปราวตีเจริญเติบโตพอที่จะมีเหย้ามีเรือน แต่มีเงื่อนว่า พระศิวะจะจัดพิธีวาหะให้ต่อเมื่อลูกคนใดคนหนึ่งสามารถผ่านการเดินรอบโลกได้เจ็ดรอบด้วยเวลาอันรวดเร็ว

พระคเณศก็ทรงใช้การประทักษิณรอบพระศิวะเจ็ดรอบ แล้วให้คำอธิบายเหมือนกับเหตุการณ์ในตอนที่แย่งชิงผลมะม่วงกับพระขันธกุมาร

พระศิวะพอใจในคำอธิบายของพระคเณศมาก และตรัสสรรเสริญในภูมิปัญญาของโอรสในพระองค์ว่า

"โอลูกรักเจ้าเป็นบุคคลที่ยอดเยี่ยมยอดและมีปัญญาเป็นที่สุดสิ่งที่เจ้าได้กล่าวมาเป็นจริงทั้งสิ้น ถ้าบุคคลหนึ่งได้มีปัญญาเป็นคุณสมบัติติดตัว แม้เมื่อโชคร้ายมาถึงเขา ความอับโชคนั้นย่อยถูกกำจัดด้วยปัญญา"

ว่าแล้วในคราวนั้น พระคเณศจึงได้พระชายาคราวเดียวกันถึง 2 คนคือนางพุทธิและสิทธิอย่างที่กล่าวไว้ในข้างต้น



เหตุแห่งการเสียงา

มีหลายตำนานมาก พอจะแบ่งได้ดังนี้

ตำนานแรก ปรศุรามใช้ขวานจาม
ปรศุรามนั้นเป็นอวตารของวิษณุเทพ กล่าวว่า ปรศุรามได้ยืมขวานจากพระศิวะไปทำลายเหล่ากษัตริย์ เมื่อเสร็จภารกิจจะเข้าเฝ้าที่เขาไกรลาส ระหว่างนั้นบริเวณพระที่นั่งชั้นใน พระศิวะมหาเทพกำลังสนทนาอยู่กับนางปราวตี พระคเณศไม่ยอมให้ปรศุรามเข้าพบ ปรศุรามโมโหเลยใช้ขวานของพระศิวะขว้างไปยังพระคเณศ พระองค์จำใจต้องใช้ใช้งาข้างซ้ายรับขวานนั้น ด้วยเหตุที่ท่านทรงมีความกตัญญูเป็นอย่างยิ่งในบิดา ครั้นจะต่อสู้กันไปก็อาจทำได้ แต่จะมีประโยชน์อะไรกับการทำลายฤทธิ์เดชของอาวุธซึ่งเป็นของบิดาตนเอง

ตำนานสอง ได้เศียรช้างงาเดียว
เมื่อคราวที่พระศิวะได้ทำพิธีโสกัต์และพระวิษณุเทพพลั้งเผลอเปล่งวาจา ยังผลให้เศียรของกุมารหายไปนั้น ได้มีเทวโองการให้หาเศียรของมนุษย์ที่เสียชีวิตมาต่อให้ แต่ปรากฏว่าในวันอังคารนั้นไม่มีมนุษย์ผู้ใดถึงฆาต มีเพียงช้างงาเดียวที่นอนตายอยู่ทางทิศเหนือ จึงตัดเศียรมาต่อให้

ตำนานสามโดนพระศิวะใช้ขวานจาม
เมื่อคราวที่กุมารน้อยถือกำเนิดใหม่ ๆและเฝ้าปากทวารห้องสรงน้ำของพระแม่ปราวตีนั้นพระศิวะไม่ทราบว่าเป็นลูก เลยเกิดการต่อสู้กันพระศิวะโมโหจึงใช้ขวานขว้างไปโดนงาของพระคเณศหัก

ตำนานสี่ งาถอดได้เองตามธรรมชาติ
เมื่อคราวที่พระคเณศต่อสู้กับอสูรอสุรภัค พระคเณศแสดงเดชโดยการถอดงาของตัวเองขว้างไปที่อสูร

วันคเณศจตุรถี

การบูชาพระคเณศเรียกว่า "พิธีคเณศจตุรถี" มีความหมายว่า "พิธีอุทิศต่อพระคเณศ" จะกระทำวันขึ้น 4 ค่ำ เดือน ภัทรบท หรือเดือน 10 ในช่วงเดือนกันยายน (พ.ศ.2538 ) ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ที่ฮือฮากันมากที่สุดก็คือปรากฏการณ์ที่เทวรูปดื่มนมสดก็ปรากฏขึ้นมาทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยด้วยซึ่งตรงกับเทศกาลประกอบพิธีคเณศจตุรถี หรือพิธีอุทิศต่อพระคเณศพอดีทำให้ปรากฏการดังกล่าวได้รับความสนใจไปทั่วโลก หนังสือพิมพ์ที่ตีพิมพ์เรื่องราวดังกล่าวขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ผู้คนแตกตื่นพากันไปดูเทวรูปดื่มน้ำนมกันแพร่หลาย

ในวันที่ประกอบพิธีคเณศจตุรถีนั้น ประชาชนทั้งหลายต่างพากันมาทำสักการะบูชารูปเคารพของพระคเณศที่ปั้นด้วยดิน (เผา ) เครื่องบูชาจะประกอบไปด้วยดอกไม้ (โดยเฉพาะดอกไม้สีสดใส เช่น สีแดง, สีเหลือง, สีแสด,) ขนมต้ม, มะพร้าวอ่อน, กล้วย, อ้อย, นมเปรี้ยว,(แบบแขก) ขณะทำการบูชา ผู้บูชาจะท่องพระนาม 108 ของพระองค์ หลังจากการบูชาแล้วก็จะเชิญพวกพราหมณ์ ผู้ประกอบพิธีมาเลี้ยงดูกันให้อิ่มหนำสำราญและมีข้อห้ามในวันพิธีคเณศจตุรถีนี้คือ ห้ามมองพระจันทร์อย่างเด็ดขาด และถือกันว่าถ้าผู้ใดได้มองพระจันทร์ (เห็นพระจันทร์) โดยพลาดพลั้งเผลอเรอไป พวกชาวบ้านก็จะพากันแช่งด่าผู้นั้นทันที่ (ถือว่าซวยมาก) และที่ชาวบ้านด่านั้น ก็เป็นความหวังดี มิได้ด่าด้วยความโกรธแค้น แต่ด่าเพราะเชื่อกันว่าการด่าการแช่งนั้นจะทำให้คน (ซวย) นั้นพ้นจากคำสาปไปได้

ความเชื่อนี้ มีเรื่องเล่าที่มาอยู่ 2 เรื่อง

คือสืบเนื่องมาจากการที่พระคเณศพลัดตกจากหลังหนูจนท้องแตก (เพราะหนูตกใจที่มีงูเห่าเลื้อยผ่านหน้า และพระคเณศเสวยขนมต้มมามาก) ขนมต้มทะลักออกมาพระคเณศ ก็รีบเก็บขนมต้มยัดกลับไปในพุง และจับงูเห่าตัวนั้นมารัดพุงขณะเดียวกันพระจันทร์ ก็เผอิญมาเห็นเข้าก็อดขำไม่ได้หัวเราะออกมาดังสนั่นพระคเณศโกรธยิ่งนัก เอางาขว้างไปติดพระจันทร์จนแน่น ทำให้โลกมืดลงทันที่ เพราะไฟดับ (เหมือนราหูอมจันทร์)

พระอินทร์และทวยเทพทั้งหลายทราบเรื่อง ก็ต้องพากันไปอ้อนวอน พระคเณศจึงยอมถอยเอางาออก แต่พระจันทร์ก็ต้องได้รับโทษอยู่คือ จะต้องเว้าๆแหว่งๆเป็นเสี้ยวๆไม่เต็มดวงทุกคืน จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำและแรม 1 ค่ำ จึงจะเต็มดวง

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งเล่าว่าพระคเณศสาปคนที่มองดูพระจันทร์ในวันที่บูชาพระองค์คือ หากใครมองดูพระจันทร์ในวันนี้ ผู้นั้นก็จะต้องกลายเป็นคนจัณฑาลไปเลย และคนจัณฑาลในสังคมอินเดียจะเป็นที่รังเกียจของคนวรรณะอื่นๆทุกๆวรรณะ (เพราะถือว่าคนจัณฑาล ไม่มีชนชั้น เป็นชนชั้นต่ำ ) ดังนั้นคำสาปให้เป็นจัณฑาลจึงเป็นโทษร้ายแรงยิ่งนัก

กษัตริย์ไทยกับพระพิฆเณศ

ภารตวิทยามาแพร่หลายอย่างจริงจังในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่หก ทั้งนี้เนื่องจากพระองค์ได้ศึกษาที่ประเทศอังกฤษ และทรงสนใจภารตวิทยาอยู่มาก ดังนั้นพระองค์จึงทรงมีความเข้าใจถ่องแท้ในพิธีกรรมต่าง ๆของฝ่ายพราหมณ์หรือฮินดูเป็นอย่างมาก

ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงได้นำรูปเคารพของพิฆเณศวรมาใช้ในรัชสมัยของพระองค์ ตามอย่างที่ปฏิบัติกันมาแต่โบราณ

พระองค์ท่านได้กำหนดให้พระคเณศเป็นดวงตราเครื่องหมายวรรณคดีสโมสร โดยดวงพระราชลัญจกรรูปกลมองค์นี้ตามตำแหน่งคือ ดวงพระราชลัญจกรรูปกลม ศูนย์กลางกว้าง 3 นิ้ว 3 อนุกระเบียด (7 เซนติเมตร) ลายเป็นรูปพระคเณศนั่งแท่น แวดล้อมด้วยลายกนกสวมสังวาลย์นาคหัตถ์ขวาเบื้องบนถือวัชระเบื้องล่างถืองาหัตถ์ซ้ายเบื้องบนถือบ่วงบาศ เบื้องล่างถือครอบน้ำ (ขันน้ำมนต์หรือ หม้อน้ำ)

เมื่อปี 2480 พระพิฆเณศได้กลายเป็นดวงตราประจำกรมศิลปากรโดยลายกลางเป็นพระคเณศรอบวงกลมมีลวดลายเป็นดวงแก้ว 7 ดวง อันมีความหมายถึง ศิลป์วิทยาทั้ง 7 แขนงคือ ช่างปั้น, จิตรกรรม, ดุริยางค์ศิลป์, นาฏศิลป์, วาทศิลป์, สถาปัตยกรรม, อักษรศาสตร์ ฉะนั้นชนทั้งหลายจึงนับถือพระคเณศเป็นบรมครูทางศิลปะ

ในสมัยอยุธยานั้น ลัทธิพราหมณ์ ฮินดูยิ่งชัดเจนขึ้น เพราะไม่ว่าจะเป็นชื่อราชธานี (อยุธยา) หรือพระนามของกษัตริย์ที่ขึ้นต้นด้วย สมเด็จพระรามาธิบดี ก็คืออิทธิพลที่ได้มาจากมหากาพย์รามเกียรติ์นั่นเอง

สมัยพระเจ้าปราสาททอง
ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพระราชหัตถเลขา มีเรื่องเกี่ยวกับการรื้อย้ายเทวสถานพระอิศวรและพิธีลบศักราช ซึ่งเป็นพิธีของพราหมณ์

สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
มีการจัดพิธีตรียัมปวายและมีบันทึกว่า เคยจัดข้าวของจากอยุธยาไปทำพิธีที่เทวสถานเมืองนครศรีธรรมราช และทรงโปรดให้มีการหล่อรูปพระพิฆเณศวร และทรงนับถือเป็นบรมครูช้าง นอกจากนี้ยังได้เกิดวิทยาการแขนงต่าง ๆอันมีพื้นฐานจากแขนงวิชาอุปเวทและอาถรรพเวท

 พิธีกรรม

การนับถือบูชาพระคเณศในประเทศไทยปรากฏเป็นรูปธรรมอย่างเด่นชัดในสมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงรัตนโกสินทร์ เพราะว่าพระราชพิธีที่สำคัญ ๆ ในราชสำนักจะมีพิธีกรรมที่เกี่ยวกับการบูชาพระคเณศประกอบเข้ามาในพิธีต่าง ๆ ดังกล่าวด้วย ซึ่งพิธีกรรมต่าง ที่มีการบูชาพระคเณศตามคติพราหมณ์ที่ปฏิบัติอยู่ในประเทศไทย
สมัยปัจจุบันก็คือ พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พระราชพิธีตรียัมปวาย-ตรีปวาย พระราชพิธีบรมราชาภิเษก และ พระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา

พระราชพิธีต่างๆเหล่านี้จะมีการอ่านโคลกสรรเสริญบูชาเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์ โดยจะเริ่มด้วยคาถาบูชาพระคเณศก่อนเป็นอันดับแรกสุด ก่อนจะบูชาพระศิวะเสียอีกทั้งนี้เพื่อให้พระคเณศประทานพรให้สามารถทำพิธีนั้นให้สำเร็จ ได้ด้วยดี

พิธีกรรมที่มีการบวงสรวงบูชาพระคเณศในฐานะเทวรูปประธานในพิธีที่น่าสนใจได้แก่

๑. พระราชพิธีตรียัมปวาย-ตรีปวาย
พระราชพิธีนี้เป็น ๒ พิธีต่อเนื่องกันคือ พิธีตรียัมปวาย กับ พิธีตรีปวายจะกระทำในเดือนยี่ของทุกปีเป็นเวลา ๑๕ วัน พิธีนี้จัดเป็นพิธีใหญ่ของศาสนาพราหมณ์ และ แต่เดิมจะมีการโล้ชิงช้าด้วย ในพิธีดังกล่าวจะมีการอ่านโคลกสรรเสริญ และถวายโภชนาหารแด่เทพพระเจ้า ณ เทวสถานทั้ง ๓ หลัง คือ สถานพระอิศวร สถานพระคเณศ และ สถานพระนารายณ์ เรียงกันไปตามลำดับ มีการอัญเชิญเทวรูปพระอิศวร พระอุมา พระมหาวิฆเนศวร และ พระนารายณ์ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจิมแล้วอัญเชิญมาเข้าพิธีโดยรถยนต์หลวง

๒. พิธีจับเชิง
พิธีนี้เป็นการขอขมาโทษต่อช้างสำคัญ ที่สำคัญที่จะได้เป็นใหญ่เป็นโตต่อไป พิธีนี้ต้องมีการผู้มัดช้างเพื่อฝึกสอนช้าง การฝึกบางครั้งต้องดุหรือลงโทษประกอบด้วย จึงต้องขอขมาเสียก่อน และเพื่อเป็นการกล่อมเกลานิสัยช้างป่าที่ดุร้ายให้เชื่องขึ้น พิธีจับช้างนี้ภายในปะรำพิธีตรงข้ามกับเบญจภาคจะจัดตั้งโต๊ะ หมู่บูชาพระมหาวิฆเนศวร์อันประกอบด้วยดอกไม้ ธูปเทียน ขันน้ำมนต์ (ขันสาคร) และ กำหญ้าคา ถัดไปทางซ้ายตั้งโต๊ะเชือกบาศก์ ชะนัก (ขอสับช้าง) และเชือกมะนิลาหุ้มด้วยผ้าขาว พิธีนี้จะมีการบูชาพระรัตนตรัย บูชาพระมหาวิฆเนศวร์โดยกราบตามวิธีรำพัดชากล่าวคำสรรเสริญพระมหาวิฆเนศวร์และขอพรตามแต่ปรารถนา เสร็จแล้วอัญเชิญพระมหาวิฆเนศวร์ลงสรงในขันน้ำมนต์ แล้วอัญเชิญกลับไปโต๊ะหมู่บูชา น้ำสรงในขันสาครนี้จะใช้ประพรมให้ผู้ฝึกช้างทุกคนถือเป็นสวัสดิพิพัฒน์มงคล

๓. พิธีน้อมเกล้าถวายและพระราชพิธีขึ้นระวางสมโภชในวันพระราชพิธีฯ
จะมีการแห่ช้างสำคัญในกระบวนแห่ พราหมณ์จะอัญเชิญพระเทวกรรมเข้าในพิธีด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมายังโรงพิธี ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธปฏิมาพระชัยหลังช้าง และจุดธูปเทียนบูชาพระเทวกรรม พร้อมกับทรงศีลในตอนท้ายพระราชพิธีนี้ พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พราหมณ์
คู่สวดอ่านฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างเป็นอันเสร็จพระราชพิธี

๔. พิธีบวงสรวงพระคเณศก่อนการดำเนินการจัดสร้างพระเมรุมาศ
การจัดสร้างพระเมรุมาศเพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระมหากษัตริย์และ พระบรมวงศานุวงศ์องค์สำคัญ ๆ ณ บริเวณท้องสนามหลวง ก่อนที่จะดำเนินการจัดสร้างพระเมรุมาศจะต้องประกอบพิธีบวงสรวงพระพิฆเนศวร์เสียก่อน เพื่อความสวัสดีและการจัดสร้างจะได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี แต่ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพจะไม่มีการอัญเชิญพระพิฆเนศวร์มาเข้าพิธี แสดงว่าพระพิฆเนศวร์จะเกี่ยวกับพิธีทางช่างเท่านั้น (พิธีศพไม่เกี่ยว)

๕. พิธีไหว้ครูทางนาฎกรรมและการช่าง
ในทางนาฏกรรมนั้น บรมครูจะปรากฏรูปเคารพในลักษณะของหัวโขนซึ่งจะอัญเชิญมาประกอบวิธีไหว้ครูพร้อมกับเครื่องใช้ในการแสดงต่างๆ หัวโขนที่ใช้ประกอบการแสดงอันได้แก่ ศีรษะของเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์ (เทพเจ้าสูงสุด) คือพระอินทร์ พระคเณศ พระปรคนธรรพ์ และ พระปัญจสีขร ซึ่งเป็นเทพเจ้าฝ่ายดุริยางค์ศิลป์ โดยเฉพาะศีรษะพระคเณศนั้นจะอัญเชิญไปประดิษฐานไว้โต๊ะหมู่บูชาที่จัดไว้โดยเฉพาะแยกจากศีรษะเทพองค์อื่นๆสำหรับการบูชาเป็นพิเศษ
ส่วนศิลปะทางการช่างนั้น แม้จะไม่ได้นับถือพระคเณศเป็นเทพสำคัญโดยตรง เช่นเดียวกับพระวิศวกรรม แต่พระคเณศก็มีบทบาทไม่น้อยในพิธีไหว้ครูศิลปะการช่าง ตามคติดั้งเดิมที่ว่า ในการเล่าเรียนศิลปวิทยาการทั้งปวงต้องมีการสวดบูชาพระคเณศก่อน ซึ่งพระคเณศนั้นทางนาฏศิลป์ถือว่ามีอานุภาพศักดิ์สิทธิ์มาก ผู้ศึกษาทางการนี้จะเชื่อกันว่าครูแรง หากไม่เคารพบูชาหรือทำการใดๆอันไม่เหมาะสมเป็นการลบหลู่ก็มักจะประสบภัยพิบัติ

๖. การไหว้ครูของนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาลัยช่างศิลป์ นาฏศิลป์
สถาบันต่างๆเหล่านี้มีรูปของพระคเณศเป็นตราสัญลักษณ์ ของสถาบันเมื่อมีการไหว้ครู ก็จะต้องไหว้บรมครูทางงานศิลปะคือพระคเณศเสียก่อน โดยจะมีการประกอบพิธีตามรายละเอียดที่กล่าวไว้แล้วในข้างต้น

๗. การบูชาพระคเณศในพิธีคเณศจตุรถี พิธีคเณศจตุรถีหรือพิธีอุทิศต่อพระคเณศนี้เป็นพิธีที่ชาวฮินดูในประเทศอินเดียกระทำกันในวันขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๑๐ ดังได้กล่าวรายละเอียดไว้แล้ว

๘. การบูชากราบไหว้พระคเณศของคนธรรมดาทั่วๆไป

การบูชาพระคเณศจากคติความเชื่อของพ่อค้าวาณิชในสมัยโบราณ โดยเฉพาะพ่อค้าชาวอินเดีย จะกราบไหว้บูชาพระคเณศในแง่ของเทพผู้อำนวยความสำเร็จทางการค้าและความร่ำรวย จวบจนกระทั่งปัจจุบันคติความเชื่อดังกล่าวกลับมาได้รับความนิยมกันอีก ดังจะเห็นได้จากบรรดาร้านค้าต่างๆ จะมีหิ้งบูชาพระคเณศ เป็นการบูชาพระคเณศเพื่ออำนวยความสำเร็จและความร่ำรวยทางการค้าให้แก่ผู้บูชาโดยจะบูชาทุกวัน ด้วยผลไม้บ้าง ขนมหวานบ้าง อ้อยควั่น ดอกไม้สีแดงสดใส น้ำนมเปรี้ยว น้ำสะอาด ฯลฯ

บอกบุญวัดบ้านปง อินทลขิล เชียงใหม่ หลวงพี่เกตุ เมษายน 2557

คำอธิษฐานที่ครอบคลุมในทุกเรื่องราวของชีวิต ส่งผลข้ามภพชาติได้หากตั้งจิตดีๆ ดังนี้

1.ลูกขออัญเชิญอาราธนาบารมีของ สมเด็จพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระสาวกทุกองค์ พระอริยะสงฆ์เจ้าทุกองค์ พระโพธิสัตว์ทุกองค์ พรหมทุกองค์ เทวดาทุกองค์ พระสยามเทวาธิราชทุกพระองค์ ตลอดจน บารมีแห่ง พระศรีอาริย์ พระแม่กวนอิมโพธิสัตว์ เจ้าแม่ทับทิม  พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ พระอรหันต์จี้กง เซียนทั้งแปด เทพเจ้ากวนอู เทพเจ้าหงอคง  พระอิศวร พระแม่อุมา พระวิษณุ พระแม่ลักษมี   พระนารายณ์ พระแม่สุรสวัสดี  พระพรหม พระพิฆเนศ พระอินทร์ พระยม พระกาฬ พระแม่คงคา พระแม่ธรณี พระแม่โพสพ พระเพลิง พระพาย พระพิรุณ เจ้ากรุงพาลี พระภูมิเจ้าที่ ท้าวธตรส ท้าววิรุฬหก ท้าววิรูปักษ์ ท้าวกุเวร และพญายมราช สมเด็จโต หลวงปู่ทวด หลวงปู่เทพโลกอุดร หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น หลวงปู่สด หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่ขาว หลวงปู่แหวน ครูบาศรีวิชัย เจ้าคุณเอี่ยมวัดหนัง  หลวงพ่อฤาษีลิงดำ  ครูบาเจ้าแก้วฟ้า และพระนิยตโพธิสัตว์ทั้งหลาย ดำ และ ครูบาทั้งหลายสืบ ๆ กันมา มีหลวงพ่อปานวัดบางนมโคเป็นที่สุด

2. รวมทั้งบารมีพ่อแม่ครูบาอาจารย์และ ผู้มีพระคุณทุกท่าน จงมาสถิตอยู่เหนือเศียรเกล้าของลูก และขอน้อมอาราธนา บุญบารมีของลูก ที่เคยสั่งสมไว้ในอดีตชาติในแสนโกฏิ กัปป์ที่ผ่านมา อันมีภพชาติที่เป็นพราหมณ์ และเป็นฤาษีบำเพ็ญตบะเป็นต้น ตลอดจนถึง บารมีในภพชาตินี้ที่ลูกได้เคยกระทำกุศลไว้แด่พระพุทธศาสนา และทำกุศลแก่สังคม และบุพเจตนาอันแน่วแน่ที่จะสร้างกุศลแด่พระพุทธศาสนา ( โดยบุญกุศลในครั้งนี้ (ระบุ ............................. ) ขอพระบารมีอันประเสริฐเหล่านี้ทุกสิ่งทุกประการ จงมาเป็น เดชเป็นศรีเป็นตบะเป็นเดชพลังรวมศูนย์อยู่ในคำอธิษฐานของลูก ขอให้คำอธิษฐานของลูกศักดิ์สิทธิ์มีฤทธิ์จงทุกประการเทอญ และ ขอให้คำอธิษฐานนี้จงแผ่พลังไพศาลกังวาลก้องสะท้านโลกนี้ขึ้นไปสู่สวรรค์ทั้ง 6 ชั้น ชั้นรูปพรหมทั้ง 16 และ ชั้นอรูปพรหมทั้ง 4 และตลอดทั้ง หมื่น หมื่น โลกธาตุ แสนโกฏิจักรวาลภิภพ จบเจ็ดคาบสมุทรตลอดสุดก้นบาดาล และในที่อิสระทั้งปวง ตลอดทั้งชมพูทวีป ปุพพวิเทหทวีป อมรโคยานทวีป และอุตตรกุรุทวีป ไปจนสุดปลายทั้ง 8 ทิศของเอกภพนี้ เพื่อเป็นทิพย์พยาน    ในมหากุศลเจตนาในการสร้างบุญกุศลนี้   (ระบุ......................) ของลูก

3. บุญกุศล ที่ลูกบำเพ็ญไว้ด้วยดีแล้ว มีทานกุศล ศีลกุศล ภาวนากุศล และการอุทิศแผ่ส่วนกุศลนั้นแก่สรรพสัตว์โลกทั้งหลาย ในอดีตชาติก็ดี ในปัจจุบันชาติก็ดี และที่จะบำเพ็ญไปจนกว่าที่จะถึงซึ่งพระนิพพานก็ดี ที่จะให้ผลแก่ลูกเพียงใด ลูกขออุทิศส่วนกุศลนี้ให้แด่ บุรพกษัตราธิราชของชาติไทยในอดีตทุกพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอโศกมหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สมเด็จพระปิยมหาราช สมเด็จพระศรีสุริโยทัย สมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา ย่าโม และบรรพชนไทยทั้งหลายที่ได้กอบกู้ชาติไทยไว้ รวมทั้งแด่คณะธรรมทูตนำโดยพระอริยเจ้าคือพระโสณณะและพระอุตตระ แด่ท้าวจาตุมหาราชทั้งสี่ และเทวดา พรหมทุกองค์ทุกสวรรค์ชั้นฟ้า แด่พญายมราชทุกองค์ นายนิรยบาลทุกตน อมนุษย์ทุกตน และเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายของลูกในภพชาตินี้ก็ดี หรือในอนันตชาติที่ผ่านมา แด่ทวยเทพและดวงวิญญาณทุกดวงวิญญาณที่สถิตย์อยู่ ณ ที่นี้ก็ดี อยู่ที่พักอาศัยลูกก็ดี ที่ทำงานของลูก หรืออยู่ในสถานที่ทั่วไป ที่ระลึกได้ก็ดี ที่ระลึกไม่ได้ก็ดี ขอให้ท่านทั้งหลายเหล่านี้ โปรดตั้ง จิตให้เป็นกุศลและร่วมอนุโมทนาในส่วนบุญที่ลูกอุทิศให้แล้วนี้ขออานุภาพแห่งบุญนี้ จงมีผลมาก มีอานิสงส์มาก บังเกิดแก่ทุกท่านทุกตน ท่านที่มีทุกข์ขอให้พ้นจากทุกข์ ที่มีสุขขอให้สุขยิ่งขึ้นไป นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน เทอญ

4. สิ่งใดที่ลูกได้เคยล่วงเกินท่านทั้งหลายด้วยกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ในอดีตชาติก็ดี ปัจจุบันชาติก็ดี ในอนันตชาติที่ผ่านมาก็ดี ด้วยเจตนาก็ดี หรือไม่เจตนาก็ดี รู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ดี ลูกขอกราบแทบเท้าขอขมา ขอท่านทั้งหลายจงโปรดเมตตายกโทษ อโหสิกรรมให้แก่ลูกด้วยเทอญ สิ่งใดที่ท่านทั้งหลายได้เคยล่วงเกินลูกมาในอดีตชาติก็ดี ปัจจุบันชาติก็ดี ลูกขอยกโทษอโหสิกรรมให้ทั้งหมดทั้งสิ้น

5. ขออานุภาพแห่งบุญนี้ จงมีผลตัดรอนอกุศลกรรมที่มีกับเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายของลูก ที่มีอยู่ทั้งหมดในภพชาตินี้ก็ดี หรือในอนันตชาติที่ผ่านมา โดยฉับพลัน อกุศลกรรมทั้งหลาย ที่มีแก่กันมาแต่อดีตชาติ ขอให้เป็นอโหสิกรรม ด้วยทานบารมี ศีลบารมี ภาวนาบารมี และด้วยอานุภาพของบุญทั้งหลายนี้ ขอเธอทั้งหลายนั้น ที่มีทุกข์จงพ้นจากทุกข์ ที่มีสุขขอให้สุขยิ่งขึ้น และจงละเว้นความเกี่ยวข้อง แก่ลูกและครอบครัวนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปด้วยเถิด

6. ขออานุภาพแห่งบุญนี้ จงมีผลให้ลูกทั้งหลาย จงประสบแต่ความสุขความเจริญในชีวิตทุกๆด้าน ขอให้เจริญทั้งทางโลกและทางธรรม ขอให้ลูกทั้งหลายจงมีชีวิตที่ดีขึ้นแบบพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือสู่ชีวิตที่ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่นี้ ขอให้ปาฏิหาริย์แห่งความดีงามจงบังเกิดขึ้นแด่ลูก เงินทองที่จะได้รับด้วยกุศลวิบากของลูก ที่จะได้ร้อย ขอให้ได้เป็นพัน ที่จะได้พันขอให้ได้หมื่น ที่จะได้หมื่นขอให้ได้แสน ที่จะได้แสนขอให้ได้ล้าน เช่นนี้ไปเรื่อยๆ

7. ขอให้ลูก ที่ทำงานประจำอยู่นี้จงประสบแต่ความโชคดีมีชัยในงานที่ทำปราศจากอุปสรรค ปัญหาใด ๆ ได้พบแต่ลูกค้าที่ดี หัวหน้าที่ดี เพื่อนร่วมงานที่ดี การทำงานราบรื่นได้รับความร่วมมือที่ดีจากทุกฝ่ายทั้งภายในและภายนอกอย่างดีมาก จนงานมีผลสำเร็จเป็นอัศจรรย์เหนือมนุษย์ทั้งปวงทุกเมื่อ ไม่ว่าในยามปกติหรือเศรษฐกิจวิกฤตก็สามารถบรรลุเป้าหมายเกินกว่าที่ตั้งไว้โดยง่าย ขอให้ได้เลื่อนตำแหน่งโดยไวพรั่งพร้อมด้วยเงินทองไหลมามากไม่ขาดสาย และหากลูกจะประกอบธุรกิจส่วนตัวขอให้ประสบกับ โอกาสทางธุรกิจที่ดี มีบริวารที่ดีมีความสำเร็จ ผลกำไรมหาศาลในเวลา อันรวดเร็ว

(*ที่รับราชการอยู่ ขอให้ลูกได้ทำงานอย่างราบรื่น แก้ไขปัญหาได้ลุล่วงเหมือนจับวาง และขอให้ได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งโดยเร็ว เป็นที่นับหน้าถือตาของปวงประชา และเป็นที่รักใคร่เมตตาเอ็นดูของผู้หลักผู้ใหญ่เกื้อกูลลูกให้เจริญก้าวหน้าในหน้าที่ การงานยิ่งๆขึ้น จนได้เป็นเจ้ากระทรวง เจ้ากรม
*ขอให้(ลูกชื่อ..............................ของข้าพเจ้า)ข้าพเจ้าที่เรียนหนังสืออยู่ ขอให้เรียนจนจบ ได้คะแนนสอบที่ดี และแตกฉานในวิชาที่เรียนนั้นโดยง่ายดายเถิด ) **ปรับใช้ตามควรกับตนเอง*

8. ที่เป็นหนี้สินอยู่ ขอให้ได้ปลดหนี้โดยง่ายโดยเร็วพลัน มีคนให้ความช่วยเหลือลูกให้พ้นหนี้ได้ ส่วนที่ประกอบธุรกิจการค้าอยู่แล้ว หรือปรารถนาจะประกอบการค้าในภายภาคหน้า หากเป็นไปด้วยสัมมาอาชีวะ และซื่อสัตย์ สุจริต ลูกขอน้อมอาราธนาทานบารมีแห่งพระสีวลีเถรเจ้าผู้เป็นเลิศในด้านทรัพย์มหาศาลและทานบารมีของพระอนุรุทธเถรเจ้าผู้ไม่เคยรู้จักคำว่า "ไม่มี"     ขอพรและบารมีแห่งท่านมหาเศรษฐีทั้ง 9  ประกอบด้วย  ธนัณชัยเศรษฐี      ยัสสะเศรษฐี      สุมานะเศรษฐี   ชะฏิกัสสะเศรษฐี     อนากะปิณฑิกะเศรษฐี      เมนฑะกัสสะเศรษฐี          โชติกะเศรษฐี      สุมังคะกัสสะเศรษฐี      วิสาขาเศรษฐี  ในสมัยพุทธกาล  อภิมหาเศรษฐีทั้ง 9   ผู้มีมหาสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง จงมาเกื้อกูลให้ลูก ได้เป็นมหาเศรษฐีโดยเร็วทั่วกัน
( *ให้ธุรกิจการค้าของลูกจงมั่งคั่ง เจริญรุ่งเรือง ได้ผลกำไรอย่างมหาศาลมาจากทุกทิศทุกทางโดยไม่คาดฝัน ได้ผู้ร่วมลงทุนที่ดี ลูกน้อง บริวารผู้ร่วมงานที่ซื่อสัตย์ ขยันขันแข็ง ขอให้ลูกได้มีวิสัยทัศน์ทางการค้าที่กว้างไกล ได้คาดการณ์การค้าและลงทุนหรือเก็งกำไรได้อย่างถูกต้องแม่นยำ มีทำเลเป็นมงคล แม้อยู่ที่เดิมแต่ด้วยพลังบุญกุศลนี้ขอให้ที่เดิมกลับกลายเป็นชัยภูมิทำเลทอง เป็นฮวงจุ้ยมหาลาภ ขอให้กิจการค้าของลูกจงขยายเติบโตอย่างรุดหน้าและรวดเร็ว และขอให้ส่งออกไปต่างประเทศมีผลกำไรมหาศาล ขอให้ชีวิตทางธุรกิจการค้า ของลูกที่มีอยุ่แล้วก็ดี หรือที่คิดจะขยายธุรกิจอย่างอื่นก็ดี ขอให้จงมีแต่รวย รวยมากขึ้น รวยมากยิ่งขึ้น มหารวย อภิมหารวย และสุดยอดอภิมหารวยล้นฟ้า ตราบจนสิ้นอายุขัยเถิด)

9. ขออานุภาพแห่งแรงอธิษฐานนี้ดลให้ลูกได้พบแต่กัลยาณมิตรที่ดี ทั้งที่เป็นมนุษย์ก็ดี หรือเป็นเทวดาก็ดีที่มีความจริงใจต่อลูกอย่างแท้จริง ที่มาช่วยเหลือบำบัดทุกข์ของลูก และมาสนับสนุนเกื้อกูลลูก ในยามสุข ทั้งทางโลก ทางธรรมเสมอ ให้ได้พานพบและได้สร้างกุศลผลบุญ แต่กับครูบาอาจารย์ พระสุปฏิปัณโณ อริยสงฆ์ ที่เป็นเนื้อนาบุญแห่งโลก อริยบุคคล บัณฑิต นักปราชญ์ ผู้รู้ และไกลห่างจากบุคคลพาล คนหลงที่เป็นมิจฉาทิฐิ ไกลจากศัตรู หมู่มาร ตลอดทั้งศัตรูผู้คิดร้าย ไม่อาจทำอันตรายใด ๆ ได้เลย

10. อีกทั้งดลให้ยามชะตาลูกต้องเข้าเคราะห์ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ อุบัติภัย ขอให้แคล้วคลาด ที่จะพิการขอให้เพียงฟกช้ำ ที่จะฟกช้ำขอให้เพียงระคายเคือง ยามเจ็บป่วยด้วยโรคใด ๆ ขอให้หายโดยง่ายโดยเร็วพลัน หากเคราะห์ร้ายต่างๆของลูกเป็นดั่งก้อนเกลือที่หล่นลงแก้วน้ำ ขอให้คำอธิษฐานนี้จงไปเปลี่ยนน้ำในแก้วนั้นให้เป็นแม่น้ำใส ให้เกลือนั้นหล่นสู่แม่น้ำแทน และรสแห่งทุกขเวทนาทั้งหลาย ทั้งทางกายและใจที่จะเกิดแก่ลูกให้ให้เหมือนรสเค็มของเกลือในแม่น้ำนี้เถิด

11. ขออานุภาพแห่งแรงอธิษฐานนี้จงเป็นมนต์กำแพงแก้วมหารัตนปราการแห่งมหาปราสาทเวชยันต์ ให้ลูกทั้งหลายได้คลาดแคล้วจากคุณไสย์มนต์ดำทั้งหลาย และห่างไกลจาก เหล่าคนพาล อันธพาล โจรผู้ร้าย และวิญญาณชั่วร้าย อย่าได้พึงมากล้ำกรายทำอันตรายแก่กาย ใจลูกได้เลย ให้สามารถขจัดมารร้าย ทั้งวิบัติบาปศักดิ์สิทธิ์ วิบากกรรมวิบากมาร อุปสรรคต่างๆ นานาในชีวิต ให้มลายหายสูญ บุญศักดิ์สิทธิ์เกื้อกูล ให้มีชีวิตบริบูรณ์ตลอดไป

(*หากลูกปรารถนาจะมีบุตร ขอให้ได้อภิชาติบุตรมาเกิด เป็นผู้มีวาสนามาจากสวรรค์ ชั้นเทวดา หรือชั้นพรหม หรือ มนุษยโลกผู้มีบุญญาธิการ
*หากลูกปรารถนาในรักแท้ ขอให้ได้เจอเนื้อคู่แท้ที่มีความเห็นอกเห็นใจ ซื่อสัตย์ต่อกัน และเกื้อกูลกันให้เจริญยิ่งๆขึ้นทั้งทางโลกและทางธรรม)

12. แม้ลูกจักยังอาภัพอยู่ ยังต้องท่องเที่ยวไปในวัฏสงสาร ขออานิสงส์แห่งมหากุศลนี้จงดลใจให้ลูกได้ใฝ่ในพระธรรม อย่าได้พึงประมาทหลงไปกับกามวัตถุ นันทิราคะและโลกธรรมทั้งหลาย เพื่อให้ได้เข้าถึงทางแห่งนิพพานในภพชาติใดภพหนึ่งในอนาคตกาล       เมื่อละสังขารไปจากภพชาตินี้แล้ว ขอให้ดวงจิตสุดท้ายอันเป็นจุติจิต เมื่อขึ้นสู่มรณาสันนกาลและมรณาสันนวิถี ขอจงน้อมนำ กรรมอารมณ์ก็ดี กรรมนิมิตอารมณ์ก็ดี หรือคตินิมิตอารมณ์ก็ดี ขอจงเป็นไปด้วยนิมิตแห่งมหากุศลผลบุญที่ลูกทั้งหลายได้เคยกระทำไว้เท่านั้น และเลือกเฉพาะในส่วนที่เป็นมหากุศลที่ยิ่งใหญ่ที่ลูกน้อมจิตประทับใจเป็นที่สุด ของจงมาบังเกิดปรากฎในดวงจิตสุดท้ายนี้ของลูกเถิดเพื่อปฎิสนธิจิตที่สืบต่อจะได้เคลื่อนภพสู่ สุขคติภูมิ ขอให้ลูกจงเวียนว่ายตายเกิดแต่ในสุขคติภูมิเถิด อันมี มนุษยภูมิ เทวภูมิ และพรหมภูมิ (เว้นอสัญญสตพรหม) อย่าได้ไปสู่อบายภูมิ หากยังมีเศษกรรมเหลืออยู่ ก็ขออย่าได้ถึงฐานะแห่งความอาภัพต่าง ๆ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน

13. แม้ลูกทั้งหลายนี้ ได้จุติสู่ภพภูมิแห่งสวรรคาลัย ได้อิ่มเอมเกษมศานต์ในรสทิพย์ต่างๆ ทุกทิวาราตรีไม่มีเลือน รัศมีกายจงเปล่งปลั่งเจิดจ้า อุดมด้วยสวรรค์สมบัติ บริวารมากล้น มีเทพบุตร เทพธิดา คอยปรนนิบัติ อยู่ในทิพยสถานอันโอฬารเลิศล้ำ ขออานิสงส์แห่งมหากุศลนี้จงดลใจให้ลูกได้ใฝ่ในพระธรรม อย่าได้พึงประมาทด้วยอิฏฐารมณ์แห่งทิพย์สวรรค์จนลืมสร้างกุศลสืบเนื่องเลย ขอให้ลูกได้มีโอกาสฟังธรรม และปฏิบัติธรรม ณ ศาลาสุธรรมาเพื่อต่อยอดแรงบุญหนุนเนื่องกุศลธรรมเสมอ ๆ สืบไป

14. หากลูกทั้งหลายปฏิสนธิในภูมิแห่งมนุษย์หลังภพชาตินี้ หรือหลังจากหมดบุญจากสวรรค์แล้ว ขอให้ได้เพศบริสุทธิ์ เป็นชาย ให้ได้บรรพชาอุปสมบท มีอายุยืนยาวกว่าอายุขัยของมนุษย์ ในกาลนั้นตามปรารถนา ขอให้ลูกอย่าได้เกิดในยุคสมัยแห่งกลียุค หรือมิคสัญญี หรือดินแดนห่างไกลจากแสงพระธรรม หรือดินแดนแห่งสงคราม หรือดินแดนแห่งภัยพิบัติใด ๆ เลย ขอให้ลูกบังเกิดอยู่ในดินแดนปฏิรูปประเทศที่รุ่งเรืองทาง พระพุทธศาสนา อุดมด้วยดินดำ น้ำชุ่ม อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร ห่างไกลจากถิ่นทุรกันดาร และได้มีโอกาสศึกษาธรรมและมีปัญญาแตกฉาน ได้ปฏิบัติในธรรมจนบรรลุผล หรือได้พบพระศรีอาริย์ และได้บรรลุธรรม หรือได้พบพระอริยสงฆ์ พบและคบหาแต่สัตบุรุษ มีบัณฑิตนักปราชญ์เป็นกัลยาณมิตร ได้เกิดในครอบครัวตระกูลสัมมาทิฏฐิ ประกอบสัมมาอาชีวะ พรั่งพร้อมไปด้วยมหาสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง ในที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อ มีปัญญาแตกฉานทั้งทางโลกและทางธรรม รู้แจ้งแทงตลอดในอริยสัจสี่มีดวงตาเห็นธรรม เมื่อลูกคิดจะทำประกอบกิจการงานอันสุจริต หรืองานเพื่อส่วนรวมเพื่อชาติบ้านเมืองหรือการกุศลสืบพระศาสนา อันใด ขอให้พลันสำเร็จโดยง่ายเป็นอัศจรรย์เหนือมนุษย์ทั้งปวง มีญาติมิตรบริวาร เพื่อนบ้านที่ดี แวดล้อมด้วยความอบอุ่น เกื้อกูลกัน เจริญจิตไมตรีที่ดีต่อกันไม่สร่างซาเลย

15. และขออานิสงส์บุญทั้งหลายนี้ดลให้ลูกได้มีโอกาส ได้สร้างกุศล ได้ทำบุญต่อยอดบำเพ็ญบารมีทั้งสิบทัศลูกที่ได้ทำมาแล้วอย่างต่อเนื่องสืบไปจนกว่าจะได้ล่วงเข้าสู่ทางแห่งโคตรภูญาณ อันเป็นประตูธรรมด่านหน้าแห่งทางพ้นทุกข์อันมีที่สุดปลายแดนคือ การสิ้นอาสวกิเลส ตัณหา อุปาทาน และบรรลุมรรค ผล นิพพาน ฝ่ายสัมมาทิฎฐิแต่ส่วนเดียว อีกทั้งดลให้ลูกมีสติยั้งคิด ไม่กระทำอกุศลกรรมใด ๆ อีกทั้งกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม มีสติทุกขณะจิต ปราศจาก โลภะ โทสะ และโมหะ ไม่โกรธเคืองใครง่าย ๆ งดการนินทาว่าร้ายผู้อื่น อันจะก่อวิบากกรรมและหวนกลับนำไปสู่อบายภูมิหรือการปิดกั้นมรรคผลอีกเลย

16. หากลูกปรารถนาจะเจริญสมถะภาวนา เมตตาภาวนา วิปัสสนาภาวนา หรือหวังได้อภิญญา ขอให้ได้สมดังหวังดังตั้งจิต หากลูกได้บำเพ็ญบารมีเพื่อประสงค์จะเข้าสู่มรรคและผลนิพพาน ขอจงพบและประสบผลสำเร็จในวิธีที่เหมาะสมกับตนเองโดยง่ายโดยเร็วพลันเป็นอัศจรรย์ ปราศจาก อวิชชา นิวรณ์ วิปัสสนูกิเลสทั้งมวลหรืออุปสรรคใด ๆ ขัดขวางกางกั้น ขอให้พญามารทั้งหลายและบริวาร จงอย่าได้ช่องเข้าครอบงำขัดขวางและทำลายการบำเพ็ญบารมีแห่งลูกเลย ขอให้ลูกมีความเจริญ ก้าวหน้าในการภาวนา บรรลุธรรมมากขึ้นตามลำดับขั้น ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน

17. ข้าแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายใน หมื่น หมื่น โลกธาตุแสนโกฏิจักรวาลภิภพ จบเจ็ด คาบสมุทรตลอดสุดก้นบาดาล และในที่อิสระทั้งปวงในไตรภพนี้ และข้าแต่กฎแห่งกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ คำอธิษฐานของลูกนี้ เกิดจากเจตนาอันเป็นมหากุศลในจิตใจของลูก เพื่อการสืบทอด ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญรุ่งเรืองไพบูลย์ สืบต่อไป ดังนั้น จึงขอให้คำอธิษฐานนี้ จงศักดิ์สิทธิ์ เป็นผลสำเร็จ เป็นผลสำเร็จ และจงเป็นผลสำเร็จเป็นไปตามอธิษฐานจิตของลูกทั้งหลาย โดยง่ายและโดยฉับพลันทุกประการ

18. ลูกขออัญเชิญเทวดา พรหม ทั้งหลายข้างต้นทั้งหมดที่ได้เอ่ยนามและที่ไม่ได้เอ่ยนาม ท่านผู้มีตาทิพย์ หูทิพย์ ใจทิพย์ทั้งหลาย ท่านผู้มีวิชชา อภิญญา ปฏิสัมภิทาทั้งหลาย จงมารับเอาส่วนกุศล และเป็นพยานในการสร้างกุศลและอุทิศส่วนกุศล พร้อมทั้งนำข่าวคำอธิษฐานของลูกไปบอกกล่าวแก่สรรพสัตว์ให้รู้ทั่วหน้ากันทุกทุกชั้นภูมิ และช่วยทำคำอธิษฐานนี้ให้เป็นจริงทุกประการด้วยเทอญ ๛ .

คำอธิษฐานนี้มีพลังสูงยิ่ง หากตั้งจิตอธิษฐานหลังการทำบุญกุศล ต่างๆ เช่น หลังการไหว้พระสวดมนตร์ การทำบุญด้านทานบารมี หรือการปฏิบัติธรรมแล้วก็จะดีมากยิ่งๆ ขึ้นไปเป็นทวีคูณ ควรอ่านให้เข้าใจก่อนตั้งจิต

และขอกราบบูชาครูบาอาจารย์ ผู้รู้ ทั้งหลายที่ได้เผยแพร่และให้แนวทางในคำอธิษฐานนี้สืบต่อกันมา สามารถ เลือก ตัดตอน แก้ไขดัดแปลงถ้อยคำ สรรพนาม /อธิษฐานนี้ ให้ตรงกันกับฐานะ กาลและ เทศะ ของแต่ละบุคคลได้เองตามกุศลปรารถนาเทอญ ขออนุโมทนาในกุศลทั้งหลายด้วย สาธุ สาธุ สาธุ    

พญานาค การบูชาพญานาค



คาถาบูชาพญานาค  (ภาษากูโบ๊ต)
จุดธูป 9 ดอก หรือ 7 ดอก พวงมาลัย หรือ ดอกบัวสีแดง และน้ำเปล่า 1 แก้ว      สวดภาวนา 9 จบ หรือ 7 จบ
                  โอม นาคี นาโค พอ ตอลีวี ตา เด บัน ไต เค ลา นา มัก ไต เอ็ม พา ซาน กอ เดี๊ย ฮู มู ซอ ตัน มา เฮ กู ดัม บา โฮ โซ คัม คัม นา ได บันยัง
คาถาบูชาพญานาค 
        ตั้ง นะโมฯ 3 จบ
***นะติตัง พญามะ นาคายะ
อภินัง นาคา สาธุโนภันเต ยะมะ ยะมะ***
คาถาอัญเชิญพญานาค
ตั้งนะโม 3 จบ
นะมามิ ลิละ สาเข ปัตถะ ละปะ ธัมเม สะคะลับตี
สะเยตานาคะ ลาเชนะยะปิสะโตฯ
พระคาถาถวายการสักการะบูชา
เอหิสังคัง ปิโยนาคะ สุปันนานัง มะยัง
     *****ถ้าจะกราบไหว้เป็นองค์ๆก็ได้ครับ******     นะโมฯ 3 จบ
           กายะ วาจะ จิตตัง อะหังวันทา (ชื่อพระนามอย่างเช่น องค์ วาสุกรีนาคราช,อนันตนาคราช,ภุชงค์นาคราช,นาคาธิบดีศรีสุทโธ,) วิสุทธิเทวาปูเชมิ          ถ้าเป็นองค์นางพญานาคี ก็เปลี่ยนเป็น นางพญานาคิณีศรีปทุมมา วิสุทธิเทวีปูเชมิ
อย่างเช่น
พญานาคราชท้าววาสุกรี     นะโม ฯ  3   จบ   แล้วท่อง       กายะ วาจะ จิตตัง อะหังวันทา วาสุกรีนาคราช วิสุทธิเทวาปูเชมิ
หรือ          กายะ วาจะ จิตตัง อะหังวันทา นาคาธิบดีศรีสุทโธ วิสุทธิเทวาปูเชมิ
หรือ           กายะ วาจะ จิตตัง อะหังวันทา นางพญานาคิณีศรีปทุมมา วิสุทธิเทวีปูเชมิ

คาถาบูชาอีกบทหนึ่ง
นาคเทวะ ปรี ตา ภวันติหะ คานติมาปโนติ เวน วิภี สัมศานติ โลก มา สาทยะ โมทเต ศาศติช สมาช
     หรือแบบย่อ ก็                คัด สะ มะ อุ มะ     9 จบ
คาถาบูชา พญานาคทั้งปวง
นะโม 3 จบ
ข้าพเจ้าขอไหว้วอนเทพเจ้านาคาสัมมาทิฐิลงมาอยู่ บนเกล้ากระหม่อม
ข้าพเจ้าขอไหว้วอนเทพเจ้านาคาสัมมาทิฐิลงมาอยู่ในดวงตา
ข้าพเจ้าขอไหว้วอนเทพเจ้านาคาสัมมาทิฐิลงมาอยู่ในหู
ข้าพเจ้าขอไหว้วอนเทพเจ้านาคาสัมมาทิฐิลงมาอยู่ที่ปาก
ข้าพเจ้าขอไหว้วอนเทพเจ้านาคาสัมมาทิฐิลงมาอยู่ที่แขน ที่ขา
ข้าพเจ้าขอไหว้วอนเทพเจ้านาคาสัมมาทิฐิลงมาอยู่ปลายลิ้น
ข้าพเจ้าจะทำการสิ่งใด ขอให้ได้รับผลเหนือความคาดหมาย
พุทธะคุณัง ธัมมะคุณัง สังฆะคุณัง เมตตาคุณัง อรหังเมตตา
พุทธจิตตัง จิตตังมะมะ พุทธานุภาเวนะ
ธัมมะจิตตัง จิตตังมะมะ ธัมมานุภาเวนะ
สังฆะจิตตัง จิตตังมะมะ สังฆานุภาเวนะ
นะโมมามา คนมามีมา นะมามีมา เงินมามีมา คนมากับเงิน เงินมากับคน

(  บทนี้ได้มาจากวัดคุณแม่จันทา นะครับ )

การบูชาพญานาค..ฉบับวัดถ้ำแฝด
สิ่งแรกที่ต้องมี คือ องค์พญานาคจะเป็นรูปแบบใดก็ได้ที่สื่อถึงองค์พญานาค
จากนั้นตั้งอัญเชิญท่านไว้ที่กลางที่อ่างน้ำ ( ใช้อ่างดินแบบที่จัดสวนก็ได้ ) นำ
ลูกแก้ว แบบใสๆ วางในอ่างน้ำตั้งตรงหน้าองค์ท่าน เติมน้ำให้เต็มอ่างโรยดอกมะลิพอประมาณ ใส่
ออกซิเจนทำน้ำพุก็ได้ เพื่อความสวยงามในการบูชาองค์ท่าน จากนั้นตั้งองค์
ท่านไว้หน้าบ้าน โดยมีโต๊ะบูชาวางตรงหน้าอ่างน้ำ ของที่ต้องตั้งบนโตะบูชามี
พานพุ่ม ขั้นเงิน-ขันทองใส่นำจนเต็มถ้าเป็นน้ำเย็นได้ก็ดีเปลี่ยนทุกๆวัน ผลไม้
ขนมหวานสำหรับบูชา เว้นของคาวนะ และน้ำดื่ม 1 แก้วใหญ
บทสวด
ตั้งนะโม 3 จบ
ปิโยเทวมนุสานัง ปิโยพรหม มานมุตตะโม
ปิโยนาคสุปันนาทัง ปินินทริยังนะมามิหัง
เอหิ เอหิ ศรีสัตตนาคราชมหาฤทธา อุปะวะทะยะจะอะสะ
ภะระมะจะ จะภะกะสะ นะมะพะทะ
แบบย่อ
อะงะสะ



องค์พญานาคราช และเครื่องบวงสวง วันถวายพระนาคปรก
ที่วัดถ้ำศรีมงคล (วัดถ้ำเพียงดิน )
อำเภอสังคม  จังหวัดหนองคาย

               สุมะโน สุมะนะจะโล                        อะระวาเฬระปัตตะโก
               จัมเปยโย  มุจะลินโท  จะ                 กัมพะโล  ภุชะคิสสะโร
               สุมนะนาคราช  สุมนจละนาคราช    อรวาฬะนาคราช
(เอฬปัตตกะนาคราช จัมเปยยะนาคราช มุจลินทะนาคราช กัมพละนาคราชผู้เป็นใหญ่)

                   กาละนาโค มะหากาโฬ                  สังขะปาโล  มะโหทะโร
                   มะณิกัณโฐ  มะณิอักขิ                   นันทะนาโคปะนันทะโก
(กาละนาคราช  มหากาฬะนาคราช  สังขปาละนาคราช   มโหทระนาคราช
มณิกัณฐะนาคราช  มณิอักขินาคราช  นันทะนาคราช  อุปนันทะนาคราช)

                   วะรุโณ  ธะตะรัฏโฐ  จะ               กุงคุวิโลปะลาละโก
                   จิตระนาโค   มะหาวีโร                 ฉัพยาปุตโต  จะ วาสุกี
(วรุณะนาคราช  ธตรัฏฐะนาคราช  กุงคุวิละนาคราช  อปลาลกะนาคราช
จิตระนาคราช  มหาวีระนาคราช  ฉัพยาปุตตะนาคราช  วาสุกีนาคราช)

                   กัณหาโคตะโม  ภุชะคินโท            อัคคิธูมะสิโข  ตะถา
                   จูโฬทะโร  อะหัจฉัตโต                 นาคา  เอราปะถาทะโย
(กัณหาโคตรมะนาคราช  นาคผู้เป็นจอมนาค  อัคคิสิขะนาคราช  ธูมะสิขะนาคราช
อหิจฉัตตะนาคราชจูโฬทระนาคราชพญานาคทั้งหลายมีเอระปะถะนาคราชเป็นต้น

                   อาสีวิสา  โฆระวิสา                       เย  สัพเพ  นะยะนาวุธา
                  ชะลัฏฐา วา ถะลัฏฐาวา                 ปัพพะเตยยา  นะทีจะรา
                   กะโรนตุ  โน มะหาโสตถิง            อายุมาโรคิยัง  สะทา
(หมู่นาคราชทั้งปวงเหล่าใด  เป็นนาคราชมีพิษร้ายแรง (คือพิษแล่นไปเร็ว)มีพิษ น่าสะพรึงกลัวมีนัยน์ตาเป็นอาวุธ  ดำรงอยุ่ในน้ำ  ดำรงอยู่บนบก  ดำรงอยู่ที่ภูเขา  หรือว่าเที่ยวไปในน้ำ  ขอนาคราชทั้งปวงเหล่านั้น  จงประทานความสวัสดีอัน ประเสริฐ  ความมีอายุ  และความไม่มีโรค  แก่พวงข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเถิด.....
                   มะหันตา  นาคะสา  นาคา            เวสาลา  สะหะ  ตัจฉะกา
                   กัมพะลัสสะตะรา  จาปิ                เมรุปาทะสิตา  พะลา
(เหล่านาคผู้อาศัยอยู่ในสระน้ำชื่อว่า  นาคสะ  อัสสะตะระนาคราช  จำนวนมาก
พร้อมกับบริวารของท้าวตัจฉกะ  และนาคผู้อาศัยอยู่ในนครเวสาลีและกัมพละ
นาคราช  อัสสตระนาคราช  ผู้มีพละกำลังผู้อาศัยอยู่ที่เชิงเขาสุเมรุ)
                           ยามุนา  ธะตะรัฏฐา  จะ                สัพเพ  นาคา  ยะสัสสิโน
                  เอราวะโณ  มะหานาโค                 โน  กะโรนตุ  อะนามะยัง
(นาคผู้อยู่ในแม่น้ำยะมุนา  และนาคชื่อว่าธตรัฏฐะ  และนาคทั้งหลายทั้งปวง  ผู้มบริวารเป็นจำนวนมาก  และท้าวเอราวัณผู้มีชื่อว่ามหานาค  จงประทานความไม่มโรค  แก่พวกข้าพเจ้าด้วยเถิด.)